ads

ถ้าพูดถึง “ตาปลา” แล้วนั้น ไม่มีใครคงไม่รู้หรอกว่ามันจะรู้สึกเจ็บแค่ไหน แน่นอนว่าแบบนี้เราจะต้องรีบหาวิธีมารักษาตาปลาให้ทันเวลา ส่วนคนที่ไม่เป็นตาปลาก็น่าจะรู้ข้อมูลไว้ด้วยก็ดี เพื่อที่จะได้ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับตัวเอง
“ตาปลา” จริงๆแล้วมันก็คือก้อนหนังขี้ไคลที่เกิดขึ้นจากการเสียดสีของผิวหนัง ที่สะสมกันเป็นระยะเวลานานนั่นเอง เราจึงพบตาปลาเกิดขึ้นได้เมื่อครั้งบริเวณฝ่าเท้าของเรา เพราะมันเป็นส่วนที่แบกรับน้ำหนักไว้ตลอดทั้งวัน


อาการของตาปลา ถ้าเป็นตาปลาขึ้นมาล่ะก็สิ่งแรกที่เราจะรู้สึกได้ก็คือความเจ็บปวดนี่แหละ เห็นตุ่มแข็ง ๆ เม็ดเล็กนิดเดียว ก็ทำให้เจ็บจี๊ดได้เลยนะ โดยเฉพาะถ้าตาปลามีขนาดใหญ่ แล้วเราต้องไปทำกิจกรรมที่ต้องใช้ฝ่าเท้ารับน้ำหนักมาก เช่น วิ่ง เดินนาน ๆ ยืนนาน ๆ หรือคนที่เป็นตาปลามีน้ำหนักมาก ก็ยิ่งทำให้เจ็บมากขึ้น เพราะก้อนแข็ง ๆ นี้จะยิ่งถูกกดให้ลึกเข้าไปในผิวหนัง บางทีไปกดทับกระดูกหรือเส้นประสาทเข้าอีก แบบนี้ต้องรีบหาวิธีรักษาเลย
วิธีรักษาตาปลาที่เท้า การรักษาตาปลาให้ได้ผลนั้นมีอยู่หลายวิธีที่ขอนำเสนอก็คือ

1. ใช้พลาสเตอร์ที่มีกรดซาลิไซลิก 40% ปิดส่วนที่เป็นตาปลาทิ้งไว้ 2-3 วัน จากนั้นค่อยแกะพลาสเตอร์ออก แล้วแช่เท้าในน้ำอุ่นเพื่อให้ผิวหนังตรงฝ่าเท้านิ่มลง จะช่วยทำให้ตาปลาหลุดลอกออกไปได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าตาปลาหลุดลอกออกไปยังไม่หมด ก็ให้แปะพลาสเตอร์ซ้ำ แล้วกลับมาแช่น้ำอุ่นอีกครั้ง

2. ใช้ยาแอสไพริน (แต่ไม่ได้ให้ทานนะ) โดยในแอสไพรินก็มีกรดซาลิไซลิกเช่นกัน ก็ช่วยกัดตาปลาได้ (แต่คุณต้องมั่นใจด้วยว่าตัวเองไม่แพ้ยาแอสไพริน) วิธีใช้ก็คือ นำแอสไพริน 5 เม็ดมาบดเป็นผง แล้วผสมกับน้ำมะนาว 12 ช้อนชา และน้ำเปล่าอีก 12 ช้อนชา จากนั้นนำมาป้ายตรงตาปลา แล้วใช้พลาสติกมาห่อไว้ ตบ
3. ทายากัดตาปลาหรือหูด วันละ 1-2 ครั้ง หรือจนกว่าตาปลาจะหลุดออกไปหมด โดยมีคำแนะนำคือ ก่อนทายาให้แช่เท้าในน้ำอุ่นก่อนสัก 15-20 นาที เพื่อให้
ผิวหนังนิ่มขึ้น แล้วใช้ผ้าขนหนูมาถูตรงตาปลาเพื่อลอกขุยออก จากนั้นอาจใช้วาสลินหรือน้ำมันมะกอกมาทาผิวรอบ ๆ ตาปลา เพื่อที่ผิวบริเวณนั้นจะได้ไม่ถูกตัวยาไปกัดผิวหนัง แล้วค่อยแต้มยาลงบนตาปลา ปิดท้ายด้วยการพันผ้าขนหนูอุ่น ๆ ทับอีกชั้นหนึ่ง ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วถอดออก แล้วใช้หินมาขัดเบา ๆ จะช่วยให้ตาปลาลอกออกมา


4. เปลือกสับปะรด ให้นำเปลือกที่ไม่ใช้แล้วมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีกับตาปลา แล้วแปะลงตรงตาปลาและปิดทับด้วยปลาสเตอร์ทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นแกะออกล้างให้สะอาด และทาบริเวณตาปลาด้วยน้ำมันมะพร้าว โดยให้ทำแบบนี้ติดต่อกันเป็นประจำจนกว่าจะหาย
5. กระเทียม ให้ฝานกระเทียมสดเป็นชิ้นหนา ๆ แล้วนำมาถูบริเวณที่เป็นตาปลา แล้วใช้กระเทียมส่วนที่เหลือนำมาสับใช้พอกตรงตาปลา พันทับด้วยผ้าพันแผลหรือปลาสเตอร์ ปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืนแล้วจึงค่อยแกะออก โดยให้ทำซ้ำกันทุกคืนติดต่อกันเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
6. น้ำมันละหุ่ง น้ำมันชนิดนี้เป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์แรง ในการใช้จึงต้องระมัดระวังให้มาก โดยให้หาเทปพันแผลหรือปลาสเตอร์แบบที่เป็นรูตรงกลางมาปิดไว้รอบ ๆ ให้เหลือแต่บริเวณที่เป็นตาปลา แล้วใช้น้ำมันละหุ่งหยอดและกดทับด้วยสำลี แล้วปิดทับด้วยเทปพันแผลเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันซึมออกมา จากนั้นให้ปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืนแล้วล้างออกในตอนเช้า
7. น้ำส้มสายชูกลั่น ให้นำน้ำส้มสายชูมาผสมกับน้ำ 3 ส่วน แล้วนำสำลีชุบน้ำส้มสายชูทาลงบนตาปลา ปิดทับด้วยผ้าพันแผลทิ้งไว้ 1 คืน ในตอนเช้าให้แกะออกแล้วขัดด้วยหินขัดเท้าเบา ๆ จากนั้นให้บำรุงด้วยน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าว วิธีนี้ให้ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ จนกว่าตาปลาจะหลุดออก แต่ต้องระวังอย่าให้น้ำส้มสายชูเข้มข้นจนเกินไป

ส่วนใครที่เคยได้ยินคนแนะนำให้เอาธูปจี้ตาปลา หรือใช้ของมีคมเฉือนตาปลาออก ข้อเตือนไว้ตรงนี้เลยค่ะว่าเป็นวิธีที่อันตรายมาก เพราะนอกจากอาจไม่ได้ช่วยให้ตาปลาหายแล้ว ยังทำให้เกิดแผลอักเสบติดเชื้อตามมาเป็นของแถม แบบนี้ไม่ไหวแน่

การป้องกันตนเองจากโรคตาปลา

1. หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูง หรือหัวแหลม เนื่องจากจะเกิดการเสียดสีได้ง่าย

2. ควรเลือกใส่รองเท้าให้พอดีไม่คับหรือหลวมเกินไป

3. อาจหาแผ่นรองเท้ามารองในรองเท้า

4. เลือกรองเท้าสวมใส่กับกิจกรรมที่เหมาะสม

5. หากกระดูกเท้าของเรายื่นออกมามากกว่าปกติหรือผิดรูป ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญรักษาให้ตรงจุด

6. สำหรับคนอ้วนควรลดน้ำหนักเพื่อลดแรงกดทับลงมายังฝ่าเท้า

ขอขอบคุณ : kapook , medthai เเละ khaonaroo

สปอนเซอร์

25 ความคิดเห็น

  1. I’m extremely impressed with your writing skills as well as
    with the layout on your weblog. Is this a paid theme or did
    you modify it yourself? Either way keep up the nice quality writing, it’s rare to see a nice blog like
    this one nowadays.

  2. Having read this I believed it was extremely enlightening.
    I appreciate you finding the time and effort to put this information together.

    I once again find myself spending way too much time
    both reading and leaving comments. But so what, it was still worth it!

  3. An outstanding share! I have just forwarded this onto a colleague who was conducting
    a little research on this. And he in fact bought me dinner simply because I found it
    for him… lol. So allow me to reword this…. Thanks for the meal!!

    But yeah, thanks for spending time to discuss this matter here on your website.

  4. scoliosis
    I am extremely impressed with your writing talents as neatly as with the structure on your weblog.
    Is that this a paid subject or did you modify it yourself?
    Either way keep up the nice high quality writing, it is uncommon to
    see a nice blog like this one today.. scoliosis

  5. scoliosis
    Right here is the perfect website for anybody who wishes to understand
    this topic. You know a whole lot its almost hard to argue with you (not that I actually will
    need to…HaHa). You definitely put a fresh spin on a topic
    that’s been written about for ages. Excellent stuff, just excellent!
    scoliosis

  6. Hi there! I could have sworn I’ve been to this blog before but after browsing through some of the post I realized
    it’s new to me. Nonetheless, I’m definitely delighted I found it and I’ll be book-marking and checking back often!

  7. I’m not sure why but this blog is loading incredibly slow for me.
    Is anyone else having this issue or is it a problem on my end?
    I’ll check back later on and see if the problem still exists.

  8. I think that everything posted was very logical.
    But, what about this? suppose you composed a catchier post title?
    I am not saying your content is not good., however what if you added something that
    grabbed people’s attention? I mean สูตรลาขาด “ตาปลา” ถอนรากถอนโคน พร้อมวิธีป้องกัน ไม่ให้เป็นอีก – สาระน่ารู้ is a little boring.
    You might look at Yahoo’s front page and watch how they create
    post titles to get viewers to open the links.
    You might try adding a video or a related pic or two to grab
    readers interested about what you’ve got to say.
    Just my opinion, it might bring your posts a
    little livelier.

  9. Hey fantastic website! Does running a blog such as this take a great deal of work?
    I’ve very little understanding of coding however I was hoping to start my own blog soon. Anyhow,
    should you have any ideas or tips for new blog owners please share.
    I understand this is off subject however I simply wanted to ask.
    Many thanks! 0mniartist asmr

  10. Thanks a lot for sharing this with all folks you actually realize
    what you’re speaking about! Bookmarked. Kindly also visit my website =).
    We will have a link exchange agreement between us asmr 0mniartist

  11. Hmm it looks like your blog ate my first comment (it
    was extremely long) so I guess I’ll just sum it up what I submitted and say, I’m thoroughly enjoying your blog.
    I as well am an aspiring blog writer but I’m still new to the whole
    thing. Do you have any suggestions for beginner blog writers?
    I’d really appreciate it. asmr 0mniartist

  12. I’m extremely impressed with your writing skills
    and also with the layout on your weblog.
    Is this a paid theme or did you modify it yourself?
    Either way keep up the nice quality writing, it’s
    rare to see a nice blog like this one these days. asmr 0mniartist

  13. My programmer is trying to persuade me to move to .net from PHP.
    I have always disliked the idea because of the costs.
    But he’s tryiong none the less. I’ve been using WordPress
    on a variety of websites for about a year and am concerned about switching to another platform.
    I have heard very good things about blogengine.net.
    Is there a way I can import all my wordpress content into it?

    Any kind of help would be really appreciated! 0mniartist asmr

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here