วันอาทิตย์, มิถุนายน 7, 2020

รู้จัก’เหรียญรามา’ ที่”ประยุทธ์”อ้างถึงตอนประกาศตัดพี่น้อง “เสรีพิศุทธ์”

จากกรณีดุเดือดกลางสภา ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลุกขึ้นพูดปะทะคารมกันในที่ประชุมกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ว่า "วันนี้ไม่ใช่พี่ผมอีกต่อไป" ที่คนให้ความสนใจคือคำพูดตอนหนึ่งของพลเอกประยุทธ์ที่กล่าวว่า “ผมก็ได้เหรียญรามาเหมือนกับท่าน” เหรียญนี้กำลังเป็นที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในโลกโซเชียล และวันนี้จะพาทุกท่านไปหาคำตอบกันว่ามันคือเหรียญอะไรกันแน่ ตกลงแล้วเหรียญรามาคืออะไร? เหรียญรามาฯ เป็นหนึ่งในเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี แบ่งออกเป็น 6 ชั้น ประกอบด้วยเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 4 ชั้น และ เหรียญราชอิสริยาภรณ์ 2 ชั้น   เครื่องราชอิสริยาภรณ์ 4 ชั้น ประกอบด้วย ชั้นที่ 1 เสนางคะบดี ชั้นที่ 2 มหาโยธิน ชั้นที่ 3 โยธิน ชั้นที่ 4...

เปิดเรื่องราว “พระไทย” เดินเท้าสู่ต่างประเทศ ระยะทางกว่า 5 พัน กม. เพื่อเผยแพร่พุทธศาสนา

วันนี้เรามีเรื่องราวของ พระไทยรูปหนึ่ง ที่น่าเลื่อมใสยิ่งนัก เชื่อว่าทุกคนที่ได้รู้จักพระรูปนี้จะนับถืออย่างแน่นอน   เฟสบุ๊ก Mee Nabon  เผยเรื่องราวของ  "พระไทย"  ที่เดินเท้าข้ามประเทศ  จากสหรัฐอเมริกา สู่นครนิวยอร์ค ระยะทางกว่า 5 พัน กม. เพื่อเผยแพร่พุทธศาสนา โดยมีเนื้อหาว่า เดือน พ.ค.ในปีนี้ ถือเป็นเดือนแห่งมหามงคลในประเทศไทย มีข่าวหนึ่งที่ผมติดตามในโลกโซเซี่ยล รวมทั้งสื่อมวลชนในสหรัฐอเมริกาตามรัฐต่างๆ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ให้ความสนใจมากขึ้น รวมทั้ง "คนไทย" ในสหรัฐอเมริกา ตื่นเต้นกับภารกิจ การเดินข้ามทวีปอเมริกาของ หลวงพี่สุธรรม นทีทอง หรือ หลวงพี่หมี...

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย อ่านแล้วน่าตกใจจัง…

วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆ ที่อยากให้ทุกคนได้อ่านกัน ซึ่งเป็นข้อมูลข้อมูลสถิติจากธนาคารแห่งประเทศไทย เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่การใช้ชีวิตสำหรับทุกคนแน่นอน ข้อมูลสถิติจากธนาคารแห่งประเทศไทยอ่านแล้วน่าตกใจจัง.... 1.คนทั่วไปเป็นอย่างไร? เมื่อถึงวัยเกษียณ 1%. = ร่ำรวย เป็นเศรษฐี 4%. = มีเงินใช้สุขสบาย 7%. = พอช่วยเหลือตัวเองได้ 40% = ต้องพึ่งพาลูกหลาน สถานสงเคราะห์ 48% = ยังคงต้องดิ้นรน ทำงานหนักแม้จะแก่แล้ว สรุป สำเร็จแค่ 5%. ล้มเหลว. 95% 2.ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต คนไทย ค่าอาหาร / 1คน   1วัน 3 มื้อ 1ปี 3x365 วัน...

หมดยุค’ปริญญาแปะฝาบ้าน’ ทักษะ-อาชีพ-ชีวิต สำคัญกว่า..?

"เรียนสูง" มาแค่ไหน ไม่ใช่ประเด็น "ทำงาน" ให้เป็น คือประเด็นที่สำคัญ ประเด็นแรก ของเรื่องนี้คือ เรื่องการเรียน ถ้าจะว่าไป "การศึกษาเล่าเรียนมันเป็นเรื่องของตนคนนั้นเพียงคนเดียว" เรียนดี เรียนแย่ ก็อยู่คนคนนั้นทำเองทั้งสิ้น พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ญาติพี่น้องช่วยอะไรไม่ได้ สถาบันที่เรียนที่จบมาก็ไม่เกี่ยว อยู่ที่ฝีมือตัวเองล้วน ๆ ถ้าผลการเรียนออกมาดี ก็มีแนวโน้มว่า "น่าจะทำงานเก่งนนะ" เพราะกว่าจะจบมันต้องฝึกต้องฝนกันมากมายหลายกระบวนท่า แต่อย่างไรก็ตาม การฝึกฝนในช่วงระหว่างที่กำลังเรียนอยู่นั้น มันฝึกฝนอยู่ในกรอบของสมมติฐานที่ว่า "ฝึกเพื่อเรียนรู้ ถ้าถูกก็แล้วไป แต่ถ้าผิดก็กลับไปแก้ไขใหม่จนกว่าจะดีขึ้น" ซึ่งเป็นหลักง่ายๆ ของชีวิตนักศึกษา เชื่อว่าเคยผ่านกันมาทุกคน สังเกตุดีๆ จะเห็นว่าในช่วงที่เรากำลังศึกษาอยู่นั้นหากเรา คิดผิด...

“คนไทย”ติดหรูดูดี สร้างหนี้สร้างสิน เพื่ออวดรวย คนจีนและแขกจึงรวยกว่า แม้จะเข้ามาที่หลัง!

เมื่อ 100 ปีก่อน – คนจีน หนีความยากจน เสื่อผืนหมอนใบ มาเมืองไทย เป็นกุลี ,แบกข้าวสาร ,ลากรถ,ขายน้ำเต้าหู้ ฯลฯ คนไทยดูถูก…เรียกไอ้เจ็ก แต่คนจีนขยัน ขันแข็ง หนักเอาเบาสู้ อยากเป็นเจ้าของกิจการ อยากเป็นพ่อค้า คนไทยชอบสบาย อยากเป็นเจ้าคนนายคน รับราชการ มียศ มีสี มีเกียรติ มาวันนี้…. คนจีนร่ำรวย เป็นเจ้าของกิจการมากมาย คนไทยเป็นลูกจ้าง และเป็นลูกหนี้คนจีน   50 ปีก่อน – คนอินเดีย คนบังคลาเทศ หนีความยากจน...

ข้อสอบ 4 ข้อ ที่ต้องสอบผ่านให้ได้ ก่อนจากโลกใบนี้!!

ข้อสอบชีวิต 4 ข้อ ที่ต้องสอบผ่านให้ได้ก่อนจากโลกใบนี้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สมพร บุษราทิจ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช เปรียบเทียบชีวิตคนเราเหมือนการทำข้อสอบ 4 ข้อ ข้อสอบเหล่านี้คือสิ่งที่ต้องสอบผ่านให้ได้ ลองมาตรวจสอบกันดูว่า คุณสอบผ่านได้กี่ข้อแล้ว ข้อที่ 1 ร่างกายแข็งแรง เรื่องพื้นฐานในชีวิตของคนเราคือการมีร่างกายที่แข็งแรง สุขภาพดี ซึ่งทำได้ง่ายๆ ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและเจริญสติตลอดเวลา ข้อที่ 2 มีคนข้างตัวดี คนข้างตัวอาจจะหมายถึงคู่สมรสหรือเพื่อน จะเป็นแบบใดก็ล้วนแต่เป็นคนดี อยู่กับบัณฑิตจึงจะพาไปหาผล เลือกคนที่จะแต่งงานด้วยก็ควรเลือกให้ดี ถ้าเลือกดีแล้วก็ต้องดูแลเขาให้ดีที่สุด ซึ่งเขาก็จะดูแลเราจนแก่เฒ่ามากยิ่งกว่า ไม่ใช่เลือกเขามาแล้วปล่อยปละละเลยไม่ดูแลเขา หากเลือกคนที่คิดว่าใช่และแต่งงานด้วยกันแล้ว ต่อมาในภายหลังพบว่าเขาไม่ได้ดั่งใจเรา สิ่งที่จะต้องทำคือการค้นหาความดีของเขาให้พบและยอมรับความบกพร่องที่เราไม่ชอบใจ แล้วดูแลเขาให้ดีด้วยความรักและความเข้าใจก็จะได้คู่สมรสที่ดีในที่สุด คนส่วนใหญ่ไม่ทำนุบำรุงคนข้างตัวให้ดี คอยแต่จะทำให้เสียน้ำใจ...

เผย! 10 จุดอ่อนของคนไทย ที่เราเถียงไม่ออก ทำให้คนตกงานเป็นล้าน!!

วันนี้ จะขอพูดถึง 10 จุดอ่อนของคนไทย ที่ทำให้คนตกงานกันเยอะ เพราะที่จะกล่าวต่อจากนี้ทุกข้อนั้น แทบปฏิเสธไม่ได้เลย ถ้าไม่เชื่อให้ทุกคนลองไล่อ่าน แล้วลองพิจารณาโดยปราศจากอคติ ว่าจริงอย่างที่ว่ามั้ย…???   1. การศึกษาของคนไทยยังไม่ทันสมัย คนไทยเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้บางครั้งคนไทยขาดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่าง ๆ บางคนไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง จึงทำให้ตามหลังชาติอื่น คนมีฐานะก็ส่งลูกไปเรียนเมืองนอก เพื่อโอกาสที่ดีกว่า… 2. คนไทยรู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก คนไทยมัหจะมองข้ามโดยเฉพาะหน้าที่ต่อสังคม ชอบเป็นประเภทมือใครยาวสาวได้สาวเอา เกิดธุรกิจการเมือง ธุรกิจราชการ ธุรกิจการศึกษา ทุกอย่างมองเป็นธุรกิจกันหมด ทำให้ประเทศชาติ ล้าหลังไปเรื่อย 3. มองอนาคตไม่เป็น คนไทยมากกว่า 70% ทำงานแบบไร้อนาคต ทำแบบวันต่อวัน...

“คำถามวิเศษ” ที่ควรถามลูกทุกวัน หลังกลับจากโรงเรียน เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อ-แม่-ลูก

วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆที่จะนำมาแบ่งปันคนเป็นพ่อ-แม่ หรือผู้ปกครอง ที่สามารถนำไปปรับใช้ในครอบครัวของตัวเองสำหรับครอบครัวที่มีลูก หรือบุตรหลาน รับรองว่าเป็นประโยชน์แก่ทุกครอบครัวแน่นอน คุณหมอนักจิตวิทยาครอบครัวและเด็กเล็ก เคยกล่าวถึงเรื่อง "คำถามวิเศษ" ที่ควรถามลูกทุกวัน หลังลูกกลับจากโรงเรียน เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อ-แม่-ลูก คำถามเพียงไม่กี่ข้อเหล่านี้ จะทำให้ลูกรู้สึกว่า พ่อ-แม่ แคร์เค้ามาก เป็นห่วงเป็นใย มากกว่าคำถามว่า วันนี้มีการบ้านมั้ย? วันนี้เรียนวิชาอะไร? อยากให้พ่อ-แม่ แวะอ่านนิดนึงกับ 7 คำถามวิเศษ ผูกพันธ์ลูกไว้ด้วยความใส่ใจค่ะ 1.อะไรดีที่สุดในวันนี้ มันเป็นคำถามปลายเปิดเนอะ ซึ่งเป็นคำถามที่เราจะได้คำตอบมากมาย เด็กจะชอบตอบคำถามนี้ เพราะเป็นเรื่องที่เค้าชอบ  เค้าตื่นเต้น มีความสุข เราจะได้รู้ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง คำถามนี้เป็นคำถามที่ลูกจะมีความสุขและตาเป็นประกายเวลาตอบ   2. อะไรที่ลูกไม่ชอบเลยวันนี้ คำถามนี้ตรงข้ามกับคำถามแรกเลย คำถามนี้เป็นคำถามเชิงลบ แต่เป็นคำถามที่เราจะได้คำตอบ...

จำเป็นต้องอ่านแล้ว! ประเทศไทยของเรา ใกล้ถึงจุดนี้เข้าไปทุกทีแล้ว

จำเป็นต้องอ่านแล้ว ในอนาคต ที่ธนาคารให้ดอกเบี้ยเงินฝาก 0% ... ซึ่งเมืองไทยของเรา ... ใกล้จุดนี้เข้าไปทุกทีแล้ว ... เราจะใช้ชีวิตอย่างไร?   ต้องไปดูว่า ... ประเทศที่ดอกเบี้ยเงินฝาก 0%  แบบญี่ปุ่น ... เขามีชีวิตกันอย่างไร?  ประเทศไทย ซึ่งโดยรวม ... เรารวยน้อยกว่าเขา ... ก็อาจจะลำบากกว่าญี่ปุ่น ... ดังนี้ 1.. คนสูงอายุอาจต้องกลับมาทำงาน ในญี่ปุ่นเราจะเห็นคนสูงอายุ ... ที่เดิมทีมีเงินเก็บ ... แต่พอเงินฝากไม่มีดอกเบี้ย ... ก็เลยใช้จ่ายกินเงินก้อนหมดไปเรื่อยๆ...

20 คำพูด กินใจ..ของนักปราชญ์ชาวจีน ที่ไม่เคยล้าสมัย!!

1. “ซุนวู” ” ชมคนด้วยวาจา… มีค่ายิ่งกว่ามอบไข่มุกให้เป็นของขวัญ ทำร้ายคนด้วยวาจา… สาหัสยิ่งกว่าทิ่มแทงด้วยหอกดาบ..” 2. “ฮั่วหลัวเกิง” ” คนอื่นช่วยเรา… เราจะจำไว้ชั่วชีวิต เราช่วยคนอื่น… จงอย่าจำใส่ใจ ” 3. “ปันกู้” ” น้ำใสสะอาดเกินไป… ย่อมไร้ซึ่งมัจฉา คนที่เข้มงวดเกินไป… ย่อมไร้ซึ่งบริวาร ” 4. “หลี่ต้าเจา” ” ความไม่พอใจ… ความกลัดกลุ้มหงุดหงิด ควรจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราฮึดสู้มากยิ่งขึ้น ไม่ควรเป็นสิ่งที่ทำให้เราท้อแท้… ห่อเหี่ยวยอมจำนนต่ออุปสรรค์…” 5. “ปาจิน” ” ในชีวิตของเรา…...