จุดแข็ง จุดอ่อน ของประเทศไทย และบทสรุปที่น่าคิด

จุดแข็ง จุดอ่อน ของประเทศไทย และบทสรุปที่น่าคิด   *** จุดแข็งของประเทศไทย *** ประเทศไทยตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ดีที่สุด ในทุกๆ ด้าน คือ 1. ที่ตั้ง จะว่าอยู่ใจกลางโลกก็ว่าได้ เพราะรอบข้างมีแต่ประเทศที่มีประชากรมาก เช่น อินเดีย 1200 ล้านคน จีน 1400 ล้านคน ญีปุ่น 100 ล้าน อินโดนีเซีย 400 ล้านคน ฟิลิปิน เวียดนาม เกาหลี ล้วนแต่ 100 ล้านคน >>...

มึงป่วย..เพราะมึงโง่! หมอและยา..มีไว้รักษาและขาย..ให้คนที่โง่ !!

สาเหตุที่มึงป่วย..เพราะมึงโง่ ! เจอเภสัชกรคนหนึ่งหน้าตากวนตีนมาก อายุน้อยกว่าผม..แต่กวนตีนมากกว่าผม ผม : "ซื้อยาแก้กรดไหลย้อนครับ.." เภสัชกร : "เอาเกรดไหน.? มี 3 เกรด..ถูก..กลาง..แพง" "คุณภาพยาขึ้นกับราคา..ว่าไงหือ?" มันถามแล้วมองหน้าผมแบบกวนตีน... ผมกวนตีนกลับ : "เอาเกรดไหนก็ได้ ที่กินแล้วหายน่ะ." เภสัชกร : "ไม่มีๆๆ !! โรคนี้ยาไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้  ถ้าคุณรักษาด้วยยา..คุณจะต้องกินยาไปตลอดชีวิต" ผมหันไปจ้องหน้ามัน เพราะสะดุดคำว่า.. "ถ้าคุณรักษาด้วยยา...คุณจะต้องกินยาไปตลอดชีวิต" ผมถามว่า : "มันมีวิธีรักษาด้วยวิธีอื่นหรือ?" มันค่อยๆ ชายตามามองผม ด้วยสายตาดูถูก...อย่างรุนแรง แล้วพูดโดยไม่มองหน้าคนฟังว่า.. "คนที่เป็นโรคกรดไหลย้อน เกิดจากนิสัยชั่ว 5 อย่าง.. 1. กินข้าวไม่ตรงเวลา 2. กินอาหารรสจัดมาก...

บทเรียนชีวิตจริง! หนุ่มวิศวะมหา’ลัยดังไปสมัครงาน ถูกไล่ให้ไปก่ออิฐแข่งกับคนงานพม่า

ชีวิตนี้ทุกคนต้องทำงาน ไม่มีใครไม่เคยทำงานมาก่อน ถ้าอยากได้เงิน ทุกอย่างต้องแลกมาด้วยการทำงานทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นงานหนักงานเบา เราสู้แค่ไหน เราก็ได้เท่านั้น วันนี้เราก็มีเรื่องที่อยากให้ทุกคนได้อ่าน เพื่อเป็นข้อคิดในการทำงาน ก่อนที่เราจะเรียกเงินเดือนได้นั้น เราต้องมีความสามารถแค่ไหน ถึงจะสามารถเรียกได้ ไม่ใช่เรียกจนพอใจ แต่ความสามารถไม่ถึง แบบนี้ก็ไม่ได้   โดยเรื่องมีอยู่ว่า... ณ ออฟฟิศโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง มีเด็กจบใหม่เข้ามาสมัครงาน ขณะสอบสัมภาษณ์ บริษัท : อยากได้เงินเดือนเท่าไหร่??? วิศวะจบใหม่ : ขอแค่เริ่มต้นตามอัตราจบใหม่ก็พอแล้วครับ บริษัท : 12,000 บาท น่ะเหรอ??? วิศวะจบใหม่ : ไม่ใช่ครับ ต้อง 15,000 บาท ครับ บริษัท : ทำไมคุณคิดว่าคุณถึงสมควรได้รับเงินจำนวนนี้ล่ะครับ??? วิศวะจบใหม่...

เจ้าของสวนนงนุช ได้ส่งข้อคิด มาในไลน์ อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆ

หลายคนคงรู้จักและคุ้นเคยกับ สวนนงนุช ที่พัทยา จ.ชลบุรี เป็นอย่างดี เพราะว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ถ้าไปเที่ยวพัทยา ที่นี่คืออีกสถานที่หนึ่ง ที่ต้องไปเที่ยวให้ได้ เพราะเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงาม มีพันธุ์ไม้นานาชนิดจากทั่วโลก และมีสวนสวยๆครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,500 ไร่ และวันนี้เราจึงได้นำข้อคิด จากเจ้าของสวนนงนุชแห่งนี้ คือ คุณกัมพล ตันสัจจา หรือคุณโต้ง ได้ส่งข้อคิด 10ข้อ มาในไลน์ จึงเอาแบ่งปันกัน เพราะเป็นข้อคิดที่อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆ.... 1) ทุกอย่างบนโลกใบนี้เป็นเพียงสิ่งชั่ วคราว ถ้ามันดี ให้มีความสุขกับมัน เพราะมันจะอยู่กับเราไม่นาน ถ้ามันไม่ดีอย่ากังวล เพราะมันจะอยู่กับเราไม่นานอีกเหมือนกัน 2) ทางเดียวบนโลกใบนี้ ที่จะทำให้ความสุขนั้นมีมากขึ้นนั่นก็คือให้แบ่งปันความสุขนั้น (แบ่งให้คนอื่น...

“ค่าโง” ของคนบ้างาน เมื่องานสำคัญมากกว่าทุกสิ่ง…?

"ค่าโง่" 39 ปีที่แล้ว...ผมเริ่มต้นทำงานกับบริษัทการเงินข้ามชาติ ที่ว่ากันว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก... 35 ปีที่แล้ว...ผมแต่งงานกับเธอที่ผมรักที่สุด เราต่างสัญญาจะสร้างอนาคตร่วมกัน เธอจะเป็นคนข้างหลังเพื่อให้ผมประสบความสำเร็จทางการงานตามที่ตั้งใจ...ในขณะที่การงานของผมก้าวหน้าไปมากอย่างรวดเร็ว... 29 ปีที่แล้ว...เธอคลอดลูกชายคนแรกให้ผม ในขณะที่ผมติดประชุมที่ญี่ปุ่น ผมขอโทษเธอ สัญญากับเธอว่า ผมขอเวลาทำงานอีกระยะเพื่อครอบครัว ...ผมกลับเมืองไทย รับขวัญลูกและขอโทษเธอด้วยตำแหน่งงานที่ก้าวหน้ากว่าเดิม...ฝันของเราใกล้เป็นจริง... 24 ปีที่แล้ว...เธอคลอดลูกสาวที่เราเฝ้ารอคอย ผมได้เห็นหน้าลูกสาวแค่วันเดียว เพราะต้องเดินทางไปประชุมใหญ่ที่ออสเตรเลีย ผมสัญญาว่าผมจะทำงานอีกไม่นาน จากนั้นเวลาทั้งหมดของผมจะเป็นของครอบครัวตลอดไปสมกับที่เธอตั้งตารอคอย... 13 ปีที่แล้ว...หน้าที่การงานผมก้าวหน้าจนก้าวขึ้นเป็นเบอร์2ในภาคพื้นเอเชียแปซิคฟิค...แต่เธอขอ"หย่า"เพื่อเริ่มชีวิตใหม่ที่เธอบอกว่า ผมไม่เคยให้เธอ(ผมเถียงว่า ผมให้เธอทุกอย่าง)...สุดท้ายเธอบอกว่า"เมียไม่ได้ต้องการแค่ทรัพย์สินเงินทองจนเกินเก็บ หากแต่เป็นความอบอุ่นมั่นใจจากอ้อมกอดคนเป็นสามีเติมเต็มในคืนอ้างว้าง" ...สุดท้ายเธอแยกไป...ส่วนลูกๆ ปู่กับย่าจะดูแลอย่างดี เหมือนกับที่เคยเลี้ยงผมมา... 10 ปีที่แล้ว...ลูกชายคนโตซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์เพื่อนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต...ผมบินกลับจากญี่ปุ่นทั้งๆที่มีงานสัมมาสำคัญ แม่บอกว่า ลูกชายเกเรเลี้ยงยาก...ผมกอดลูกสาวบอกกับเธอว่า พ่อไม่ดีเอง ขอเวลาพ่ออีกนิดแล้วพ่อจะให้ทุกอย่าง... 7 ปีที่แล้ว...ก่อนแม่สิ้นใจ แม่บอกกับผมว่า อย่าเอาแต่ทำงานจนลืมไปว่า ลูกต้องการอ้อมกอดจากพ่อที่โหยหามานาน...

5 ข้อคิดที่ดีมากๆ เกี่ยวกับชีวิตคู่ จาก“อรอนงค์ ปัญญาวงศ์”

5 ข้อคิดดีๆ เกี่ยวกับชีวิตคู่ จาก “อรอนงค์ ปัญญาวงศ์”   1. คนสองคน ที่อยู่ด้วยกันมาเป็นเวลานาน อาจมีข้อบกพร่องบางอย่างที่เรามองข้าม หรือมองผ่านมันไป แต่คนของเราอาจจะไม่ได้มองข้ามด้วย พอมีอะไรเข้ามากระทบเขา เขาก็อาจจะไขว่เหขวได้ง่าย ดังนั้น ปัญหาชีวิตคู่ที่เกิดขึ้นทุกๆปัญหา มันก็มีความบกพร่องที่เกิดจากตัวเราเองด้วย   2. พอมีลูก ผู้หญิงเรามักโฟกัสไปที่ลูก จนอาจละเลยหรือมองข้ามบางรายละเอียดของคู่ชีวิตไป  ผู้หญิงทุกคนคิดว่าสามีเข้าใจ แต่เราไม่รู้เลยว่า.. เขาอาจรู้สึกกดดัน หรือไปเจอสิ่งที่เร้านอกบ้านที่เขาอาจจะต้านทานไม่อยู่ก็ได้ เราไม่มีทางรู้เลยว่า คนของเราจะเข้มแข็งได้มากน้อยแค่ไหน 3. ไม่มีประโยชน์ที่จะไปพูดกับมือที่สามว่า "อย่ามายุ่งกับสามีฉันนะ" เพราะมันขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของเขาเอง  แต่อยากฝากบอกถึงคนที่คิดจะเป็นมือที่สามว่า ให้เอาใจเขามาใส่ใจเราสักนิด ก่อนคิดจะทำอะไรลงไป   4. ถ้าเมื่อไรที่ความใหล้ชิดแบบสามีภรรยา เช่น...

จากอนุบาลถึง ป.6 ม.3 ม.6… “บ้าใบ” มากไปมั้ย? การศึกษาไทย

ครุยและพิธีการ “บัณฑิตน้อย” ลาม..จากอนุบาลถึง ป.6 ม.3 ม.6… “บ้าใบ” มากไปมั้ย? การศึกษาไทย ครุยและพิธีการ “บัณฑิตน้อย” ที่เคยมีกันเฉพาะระดับอนุบาล และส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนเอกชน มาบัดนี้ “ลาม” ครอบคลุมกินพื้นที่มากขึ้นทั้งประเทศ...เหมือนภัยแล้ง และไฟไหม้ป่าเพลานี้  ก็ไม่มีเหตุผลอะไรๆ มากไปกว่าเดิม นั่นคือ -:   1.สิ้นเปลือง สิ้นเปลืองเงินทองของผู้ปกครอง ไหนบ่นกันอุบว่าเศรษฐกิจย่ำแย่? ไหนพูดกันว่าเราจะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครอง? 2.สร้างสังคมที่ยึดมั่น “พิธีการ” และให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นแก่นสารน้อยกว่า พิธีการหลายๆ อย่างในสถานศึกษาหลายๆ สถานศึกษากำลังพันธนาการคุณภาพการศึกษาของเราให้อยู่กับที่ ฉุดขึ้นยากมาก ผมไม่โทษผู้บริหารสถานศึกษาครับ ที่ผ่านมาเราก็ต่างมีส่วนสร้างให้สิ่งนี้เกิดขึ้น 3.ทำให้ “ครุย” ไม่สมเกียรติ เกลื่อนเมือง...

เมื่อใครคนหนึ่งตัดสินใจเดินออกไป ไม่ว่าใครจะปล่อยมือ คนที่เจ็บที่สุดคือ “ลูก”

เรื่องภายในครอบครัว เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ปัญหาในครอบครัวเป็นเรื่องที่เกิดได้ในทั่วไป แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วไม่ทำความเข้าใจกัน ก็อาจจะทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ และสิ่งที่ตามมาก็คือการเลิกลากัน และไม่ว่าจะพ่อหรือแม่ ใครคนหนึ่งตัดสินใจเดินออกไปจากครอบครัว จะมีหนึ่งคนที่เจ็บที่สุดก็คือ คนที่เป็นลูก วันนี้เราจึงมีข้อคิดดีๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ได้อ่านกัน พ่อแม่จ๋า หนูรู้ว่า การเป็นพ่อแม่ไม่ใช่เรื่องง่าย หนูรู้ว่า การเป็นพ่อแม่คือการแบกภาระอันใหญ่หลวงไว้บนบ่า หนูรู้ว่า การเป็นพ่อแม่คือไม่ใช่ทำเพราะหน้าที่ แต่ต้องทำด้วยหัวใจ หนูรู้ว่า การเป็นพ่อแม่คือการทำงานหนักเพื่อลูกได้ทุกอย่าง หนูรู้ว่า การเป็นพ่อแม่คือการเสียสละเพื่อให้ลูกสุขสบาย หนูรู้ว่า การเป็นพ่อแม่นั้นแสนลำบาก ต้องใช้ความอดทน มากกว่าที่คนๆ นึงจะทำได้ แต่พ่อกับแม่ยังจับมือกันแน่น ไม่หวั่นไหว พร้อมสู้ทุกปัญหา ทำความเข้าใจกับบทบาทใหม่ อย่างไม่ย่อท้อ   วันที่หนูป่วย พ่อแม่เจ็บปวดยิ่งกว่า ยาที่ว่าดี หมอที่ว่าเก่ง พ่อแม่ทำได้เพื่อให้ลูกหาย วันที่ต้องเข้าเรียน เงินไม่พอจ่าย พ่อแม่ไม่อายที่จะหาหยิบยืม วันที่เพื่อนแกล้ง พ่อแม่เฝ้าหาสาเหตุ ช่วยเหลือ...

โลกใบนี้ ไม่มีใครที่ไร้ประโยชน์ เพียงแต่มันผิดที่ผิดทางก็เท่านั้น!

ถูกที่ถูกทาง... ชายคนหนึ่งเรียนมหาวิทยาลัยไม่จบ (ป.เอก) พ่อแม่ก็เลยจัดการหาภรรยาให้ เมื่อแต่งงานแล้วเขาก็สมัครเป็นครูสอนหนังสือ ในโรงเรียนประถมใกล้บ้าน เพราะไม่มีประสบการณ์การสอน สอนได้ไม่ถึงอาทิตย์เขาก็ถูกโห่ไล่จากเด็กนักเรียน ''เมื่อกลับถึงบ้าน'' ภรรยาปลอบใจเขาว่า... “แม้เราจะมีภูมิอยู่เต็มท้อง บางคนเอาออกเป็น บางคนเอาออกไม่เป็น อย่าได้โศกเศร้าเสียใจให้มากไป อาจมีงานที่เหมาะสมกว่านี้รอคุณอยู่'' ต่อมาเขาก็ไปทำงานรับจ้าง ก็ถูกเถ้าแก่ไล่กลับบ้าน เพราะเขาทำอะไรช้ายืดยาด ครั้งนี้ภรรยาของเขาปลอบใจเขาว่า “คนเรามือไม้ช้าเร็วต่างกัน คนอื่นเขาทำมาเป็นสิบๆปี คุณเรียนหนังสือมาตลอด จะให้ทำเร็วเหมือนคนอื่นได้ยังไง" เขาไปทำงานอีกหลายอย่าง... แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกัน มักจะเลิกล้มกลางคันอยู่เสมอ ทุกครั้งที่เป็นเช่นนี้ ภรรยาก็จะคอยปลอบใจ ไม่เคยตำหนิหรือว่ากล่าวอะไรไลย ตอนที่เขาอายุได้ 30 กว่าปี ด้วยความสามารถด้านภาษา เขาเลยสมัครเป็นครูผู้ช่วยในโรงเรียนโสตศึกษา ต่อมาเมื่อมีประสบการณ์การสอน เขาก็ออกมาเปิดโรงเรียนโสตศึกษาของตัวเอง จากนั้นเขาก็ได้เปิดร้านขายผลิตภัณฑ์ จากผู้พิการหลายแห่งในเมืองต่างๆ จากชายผู้ไม่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ตอนนี้เขากลายเป็นเศรษฐีย่อมๆเสียแล้ว อยู่มาวันหนึ่ง เขาได้ถามภรรยาของเขาว่า “แม้แต่ตัวผมยังรู้สึกอับจนไร้หนทาง เพราะอะไรคุณจึงมั่นใจในตัวผม” ภรรยาของเขาตอบว่า... “ดินดี แต่หากไม่เหมาะกับการปลูกข้าวบาร์เลย์ ก็ลองปลูกถั่ว หากไม่เหมาะกับการปลูกถั่ว ก็ลองปลูกแตง หากไม่เหมาะกับการปลูกแตง ก็ลองปลูกดอกไม้ฯ จะต้องมีเมล็ดพันธุ์อย่างหนึ่ง ที่เหมาะกับดินชนิดนี้ เมื่อได้เมล็ดพันธุ์ที่เหมาะกับมัน ก็ย่อมเจริญงอกงามได้ผลเก็บเกี่ยวเต็มที่ ” เมื่อฟังภรรยาพูดจบ เขาถึงกับหลั่งน้ำตา “ขอบคุณความรักความอดทนและความเชื่อมั่นที่คุณมีต่อผม คุณคือเมล็ดพันธุ์ที่ทรงพลังแข็งแกร่งและทรหดอดทนมาก” โลกใบนี้ ไม่มีใครที่ไร้ประโยชน์ เพียงแต่มันผิดที่ผิดทางก็เท่านั้น คนที่ไม่รู้จักถนอมรักษา ต่อให้อยู่บนภูเขาเงินภูเขาทองเขาก็ไม่มีความสุข คนที่ไม่รู้จักให้อภัยใจกว้าง ต่อให้ผูกมิตรสหายไว้มากมายสุดท้ายก็หลีกลี้หนีหาย คนที่ไม่รู้จักสำนึกคุณ ต่อให้ยอดเยี่ยมมากความสามารถอย่างไร ก็ยากประสบความสำเร็จ คนที่ไม่รู้ลงมือกระทำ ต่อให้ฉลาดปราดเปรื่องอย่างไร ความฝันก็ไม่อาจสำเร็จเป็นจริงได้ คนที่ไม่รู้จักให้ความร่วมมือ ต่อให้สู้จนสุดชีวิต ก็ยากที่จะสำเร็จสู่ความยิ่งใหญ่ได้ คนที่ไม่รู้จักเก็บออม ต่อให้มีเงินทองมากมาย ก็ไม่อาจเป็นเศรษฐีได้ คนที่ไม่รู้จักพอ ต่อให้ร่ำรวยปานใด ก็ยากที่จะมีความผาสุก คนที่ไม่รู้จักดูแลร่างกาย ต่อให้มียาดีมากมาย ก็ยากอายุยืนได้ และที่สำคัญ อย่ากลัวว่าเรียนยาก ที่กลัวคือไม่อยากเรียน อย่ากลัวสายตาของคนอื่น ที่กลัวคือตัวเองไม่รักดี อย่ากลัวไม่มีเงิน ที่กลัวคือมีแล้วไม่รู้จักใช้ กลายเป็นทาสของเงินต่างหาก จงใช้สตางค์อย่างมีสติ อย่าสิ้นสติเพราะสตางค์ ขอเป็นอีก 1 กำลังใจ ให้กับผู้ที่ท้อแท้ ล้มลุกคลุกคลาน ขอให้สู้ต่อไป ต้องมีสักวันที่เป็นวันของเรา "ต้องมีสักวัน ต้องมีสักวัน"

‘ถ้ารักลูกของเรา จงอย่าทำร้ายลูกคนอื่น’

เรื่องนี้เล่าโดยท่านพระอาจารย์พยอมครับ...... เศรษฐีคนหนึ่งอยู่กรุงเทพฯ เป็นนักสะสมซากสัตว์ เขาสัตว์งาช้างหนังเสือเต็มบ้านไปหมด ทุกเสาร์ อาทิตย์ก็ออกไปล่าสัตว์ เมียมีลูกอ่อนอายุประมาณ 3 เดือน   วันหนึ่งขณะออกล่าสัตว์ เห็นลูกลิงตัวหนึ่งสวยน่ารักขนสีขาวแปลกมาก อยากได้มาเลี้ยงที่กรุงเทพฯ ก็ปรึกษากับพรานป่าคนนำทางว่า ทำอย่างไรจึงจะได้ลูกลิงมาเลี้ยง   พรานป่าบอกว่า โดยสัญชาตญาณลิงจะรักลูกมากรักสุดชีวิต ตราบใดที่แม่ลิงยังไม่ตาย ไม่มีใครสามารถเอาลูกมันออกจากอกได้   มันสู้สุดชีวิต สุดท้ายเศรษฐีตัดสินใจ ยิงแม่ลิงตายแล้วเอาลูกลิงสีขาวมาเลี้ยงที่กรุงเทพฯ เมื่อยิงแม่ลิงตาย ก็เอาเนื้อไปแกง ให้ลูกน้องถลกหนังเก็บหนังไว้ประดับบ้าน   พอกลับถึงกรุงเทพฯ ก็เอาลูกลิงเลี้ยงไว้ในบ้าน หยอกล้อวิ่งเล่นกับลูกลิงเป็นที่สนุกสนาน ส่วนหนังลิงตัวแม่มันยังสดอยู่มีกลิ่นเหม็น ก็เอาไปตากแดดที่ลานจอดรถหน้าบ้าน   เช้าวันหนึ่ง ขณะเมียเศรษฐีกำลังให้นมลูกกิน ในห้องรับแขกหน้าบ้าน เมียร้องไห้โฮดังลั่นบ้าน เศรษฐีตกใจวิ่งลงมาจากชั้นบน โผเข้าไปกอดเมียและลูกไว้ ใบหน้าตกใจสุดขีด   พยายามถามเมียว่าเกิดอะไรขึ้น เมียไม่ยอมตอบเอาแต่ส่ายหน้าแล้วก็ร้องไห้ หันไปมองหน้าลูก กำลังหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข. นั่งปลอบเมียอยู่สักครู่ พอเริ่มตั้งสติได้ ถามเมียว่าเกิดอะไรขึ้น ตกใจเรื่องอะไรร้องไห้เรื่องอะไร   เมียไม่ยอมพูดแต่ชี้มือไปที่ลานจอดรถหน้าบ้าน เศรษฐีมองตามไป เห็นภาพถึงกับผงะตกใจน้ำตาไหล ไม่รู้ว่าลูกลิงที่เอามาเลี้ยงไว้ หลุดออกไปนอกบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่   มันออกไปดูดนมแม่ที่เป็นหนังแห้งตากไว้ที่โรงรถ ดูดเสร็จมันก็ก้มลงกอดแม่ น้ำตาไหล เศรษฐีและเมียทนดูไม่ได้ร้องไห้โฮ คุยกันว่าถ้ามีคนทำกับครอบครัวเราอย่างนี้บ้าง เราจะรู้สึกอย่างไร จะเศร้าโศกเสียใจทุกข์ทรมานใจขนาดไหน? ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เศรษฐีสั่งให้เอาซากสัตว์ที่สะสมทั้งหมดไปเผา เอาลูกลิงไปปล่อยในป่า เลิกออกล่าสัตว์ เข้าวัดทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แม่ลิง และขออโหสิกรรม   ทุกครั้งที่ทำบุญจะขอพรทุกครั้งว่า ขออย่าให้มีใครมาทำกับครอบครัวเรา เหมือนกับที่เราได้ทำกับครอบครัวลิงตัวนั้นเลย อาตมาจึงขอฝากไว้ว่า... ถ้ารักลูกของเราจงอย่าทำร้ายลูกคนอื่น ถ้าอยากให้ครอบครัวของเรามีความสุข จงอย่าทำร้ายครอบครัวคนอื่น