“วิชัย ศรีวัฒนประภา” อภิมหาเศรษฐีผู้ทำให้โลกได้ประจักษ์กับ “พลังของคนไทย”

เมื่อครั้งทึ่ “วิชัย ศรีวัฒนประภา” เจ้าของอาณาจักรธุรกิจกลุ่มคิง เพาเวอร์ตัดสินใจทุ่มเงิน 5,000 ล้านบาทเข้าซื้อกิจการสโมสร “เลสเตอร์ ซิตี้” เมื่อปี 2553 นั้น

เขาเคยให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลหลักๆในการทุ่มเงินก้อนใหญ่ในครั้งนี้ไว้ 2 เรื่อง

หนึ่ง เขาเป็นคนชื่นชอบกีฬา

สอง เขาต้องการให้ชาวโลกรู้จักชื่อประเทศไทยมากขึ้น

เหตุผลข้อแรกถูกตอกย้ำอย่างชัดเจนในปี 2559 เมื่อ “วิชัย” และลูกชายหัวแก้วหัวแหวน “อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา” ร่วมกันพา “เลสเตอร์” สร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษไปครองได้สำเร็จ และถือเป็นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมา 132 ปี

ความสำเร็จครั้งนั้นสะท้อนชัดถึงความรักในกีฬา และการมุ่งมั่นที่จะปลุกปั้นทีมเล็กๆให้ก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ นอกจากผลงานอันน่าอัศจรรย์ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแล้ว วันนี้อาจเรียกได้ว่า “เลสเตอร์” คือหนึ่งในประตูที่ทำให้ชาวต่างชาติได้รู้จักประเทศไทย

เรื่องนี้พิสูจน์ได้ไม่ยาก….

หากคุณได้มีโอกาสเดินทางไปเมืองเลสเตอร์ แล้วบอกว่ามาจากประเทศไทย ผู้คนที่นั่นจะยิ้มแย้มทักทายคุณด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความชื่นชม พวกเขาหลงรักประเทศไทยและพลังของคนไทยที่มาช่วยพลิกฟื้นสโมสรฟุตบอลในบ้านเกิดของเขาให้ก้าวไปสู่ความรุ่งเรือง

หรือแม้แต่ในเมืองอื่นๆชาวอังกฤษหรือแม้แต่แฟนบอลในชาติอื่นๆ ต่างก็รู้จักชื่อของประเทศไทย

วิชัยเคยให้สัมภาษณ์กัยนิตยสาร ฟอร์บส์ ไทยแลนด์ว่า…

“สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเทพนิยายที่สื่อต่างๆทั่วโลกอยากนำมาเล่า เพราะฉะนั้นก็เป็นการประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่คิงเพาเวอร์ แต่เป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยไปโดยอัตโนมัติ”

นี่คือเหตุผลข้อสองของ วิชัย ในการซื้อสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ที่บรรลุผลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ส่งพลังคนไทยสู่สายตาชาวโลก

ในด้านของกิจกรรมเพื่อสังคมกลุ่มคิง เพาเวอร์ มีส่วนช่วยเหลือในหลายกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดที่เป็นที่รับรู้ของคนทั่วประเทศก็คือ การสนับสนุนโครงการก้าวคนละก้าวของ ตูน บอดี้สแลม เพื่อระดมเงินบริจาคช่วยเหลือ 11 โรงพยาบาล ซึ่งกลุ่มคิงเพาเวอร์ได้บริจาคเงินก้อนโตให้กับโครงการนี้

อีกกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ก็คือการเสริมสร้างพัฒนาการด้านกีฬาฟุตบอลให้กับเยาวชนไทย ตั้งแต่การเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอลจากสโมสรเลสเตอร์มาถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ให้กับนักเตะเยาวชนไทยไปจนถึงการคัดเลือกเด็กไทยฝีเท้าดีไป เข้าร่วมโครงการ FOX HUNT โดยเยาวชนไทยที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับทุนการศึกษาและฝึกทักษะฟุตบอลที่สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ประเทศอังกฤษ

จากรุ่นแรกจนถึงรุ่นสามในปัจจุบัน เด็กๆหลายคนได้โชว์พลังของคนไทยให้โลกได้รับรู้ บางคนมีโอกาสเข้าไปร่วมเป็นนักเตะในทีม อาด์ เฮเวอร์เลย์ เลอเวน (OH Leuven) สโมสรฟุตบอลในลีก ดิวิชัน 2 ของเบลเยียม ซึ่งเป็นทีมที่กลุ่มคิง เพาเวอร์ได้เข้าเทกโอเวอร์เมื่อเดือน มิ.ย. 2560 และอีกหลายคนก็ได้ร่วมเป็นนักเตะในทีมฟุตบอลดังในลีกของไทย

อภิมหาเศรษฐีลำดับที่ 5 ของไทย ผู้หลงใหลในพระเครื่อง

นิตยสารฟอร์บส์ จัดอันดับ ให้ วิชัย เป็นอภิมหาเศรษฐีลำดับที่ 5 ของประเทศไทยในปี 2561 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1.62 แสนล้านบาท

ขณะที่สำนักข่าวอิศราเคยรายงานว่า วิชัย เป็นผู้นิยมสะสมพระเครื่องชื่อดังมูลค่าสูงคนหนึ่งในประเทศไทย ถึงขนาดสามารถเปิดเป็น พิพิธภัณฑ์ วีอาร์ คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ (วีอาร์ มิวเซียม) ได้

โดยพระเครื่องที่นายวิชัยเน้นสะสมเป็นพิเศษคือ “พระสมเด็จวัดระฆัง” ซึ่งเกือบทุกองค์ที่มีชื่อล้วนมีชื่อวิชัยเป็นผู้เช่าแทบทั้งสิ้น พระสมเด็จวัดระฆัง ที่นายวิชัยครอบครองมีอยู่หลายพิมพ์ อาทิ พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่, พระสมเด็จวัดระฆังทรงเจดีย์, พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ องค์เกศสะบัด, พระสมเด็จ วัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์แชมป์ ฯลฯ

มีการประเมินว่ามูลค่าพระเครื่องที่ วิชัย ครอบครองอยู่น่าจะสูงกว่า 500ล้านบาท

นี่คือเรื่องราวบางส่วนของ “วิชัย ศรีวัฒนประภา” อภิมหาเศรษฐีผู้ทำให้โลกได้ประจักษ์กับ “พลังของคนไทย”

ที่มา posttoday

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here