“ลักษณะนิสัยของคนไทย” และการทำงานแบบไทยๆ ในสายตาฝรั่ง!!

ตะลึง!!! ลักษณะนิสัยของคนไทย และการทำงานแบบไทยๆ ในสายตาฝรั่ง!!! คำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมไทยไม่เป็นประเทศพัฒนาแล้วซะที!!! การทำงานแบบไทยไทย ชาวต่างชาติเขามองกันอย่างไร (งานวิจัย June 5th, 2008) บ้านเราเดี๋ยวนี้มีคนต่างชาติเข้ามาทำงานหลายพันชีวิต พอฝรั่งกับไทยมาเจอกัน ความอลเวงก็เลยเกิดขึ้น เพราะนอกจากภาษาและความเคยชินจะต่างกันชนิดฟ้ากับเหวแล้ว นิสัยการทำงานก็ยังไม่เหมือนกันอีกด้วย ฝรั่งจะนินทาคนไทยว่ายังไรบ้าง มาแอบฟังกันดีกว่า…. เคยมีคนสุ่มสัมภาษณ์ฝรั่งมาทั้งหมด 12 คน ซึ่งแต่ละคนโชกโชนกับการทำงานในแวดวงคนไทยไม่ต่ำกว่า 10 ปี เมื่อถามว่าพวกเค้ามีความเห็นอย่างไรกับการทำงานแบบไทยๆ เราก็ได้คำตอบว่า : 1. ทัศนคติต่อการเปลี่ยนแปลง คนไทยมักจะยึดติดกับความเคยชินแบบเดิมๆ เคยทำมาอย่างไรก็จะทำอยู่อย่างนั้น ไม่ค่อยมีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลง และถ้าฝรั่งเอาวิธีใหม่ๆ เข้ามาทำให้พวกเขาต้องทำอะไรที่ต่างไปจากเดิม ก็จะถูกมองว่าเป็นการสร้างความรำคาญให้พวกเขา...

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ “คนไทย” ป่วยเป็น “มะเร็ง” กันมาก!!

หากนำสารเคมีจำกัดศัตรูพืชที่ประเทศไทย “นำเข้า” ระหว่างปี 2554-2558 มาอัดเรียงเป็นแนวตั้ง จะพบว่าสูงเกินระดับของ “ตึกใบหยก 2” อย่างชัดเจน ผลการศึกษาเรื่องความเสี่ยงของเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับพิษจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช โดย สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า ประเทศไทยมีการนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชระหว่างปี 2548-2552 (5 ปี) ปริมาณทั้งสิ้น 520,312 ตัน เทียบเท่าขวดที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 46 เมตร สูง 304 เมตร ซึ่งเป็นความสูงในระดับเดียวกันกับอาคารใบหยกทาวเวอร์ 2 มากไปกว่านั้น จากข้อมูลของ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร...

สถานภาพของประเทศไทยที่ถูกต้อง…ที่คนไทยควรทราบความจริง

' ความจริงในเรื่องราวเหล่านี้…ให้คนไทย…ลูกหลานของเรา …นักเรียนของเรา…ภูมิใจในความเป็นคนไทย…ในชาติไทยของเรา… บอกเล่าให้เพื่อนต่างชาติของคุณได้ทราบ… เพื่อเขาจะได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้น…เพื่อท่านและลูกหลานของท่าน…จะได้รู้จักและภูมิใจในประเทศของตนเอง และ…จะได้รู้ว่าคนรุ่นก่อนๆ และบรรพบุรุษของเรา…ได้ร่วมกันสร้างประเทศนี้กันขื้นมา…ขอให้ทุกคน…มีความกตัญญูต่อประเทศชาติมากขึ้น'   ดร.สมเกียรติ โอสถสภา นักวิชาการเศรษฐศาสตร์ จุฬา ชี้สถานภาพของประเทศไทยที่คนไทยควรทราบความจริงไว้ในเฟซบุ๊ก สถานภาพของประเทศไทยที่ถูกต้อง…ที่คนไทยควรทราบความจริง ซึ่งดร.สมเกียรติ โอสถสภาเขียนไว้อย่างน่าติดตามในเฟซบุ๊กและสามารถแยกแยะข้อมูลไว้ดังนี้ 1. ในบรรดาประเทศ…ที่เป็นสมาชิกของสหประชาชาติ…เกือบ 200 ประเทศ …แต่  มีประเทศ…ที่มีคุณสมบัติเพียงพอ…ที่จะเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก จำนวน 156 ประเทศ เท่านั้น…สำหรับประเทศไทย…มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่…เป็นอันดับที่ 31 ของโลก 2. ไทย…เป็นตลาดที่มีกำลังซื้ออันดับที่ 24 ของโลก…ดังนั้น…อียู และ…อเมริกาจืงกระตือรือร้น…ที่จะมาขอทำเขตการค้าเสรี …ที่เรียกว่า Free Trade Area กับไทย 3....

“ทำไมต้องพอเพียง?” อยากให้ทุกคนได้อ่าน…ดีมาก!!

ในสภาวการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเกิดความถดถอยทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงขึ้น จึงทำให้เกิดความเข้าใจได้ชัดเจนในแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9  “เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งได้พระองค์ท่านทรงคิดและตระหนักมาช้านาน เพราะหากเราไม่ไปพึ่งพา ยึดติดอยู่กับกระแสจากภายนอกมากเกินไป จนได้ครอบงำความคิดในลักษณะดั้งเดิมแบบไทยๆไปหมด มีแต่ความทะเยอทะยาน บนรากฐานที่ไม่มั่นคง เหมือนลักษณะฟองสบู่ วิกฤตเศรษฐกิจเช่นนั้นอาจไม่เกิดขึ้น หรือไม่หนักหนาสาหัส จนเกิดความเดือดร้อนกันถ้วนทั่วเช่นนี้ ดังนั้น “เศรษฐกิจพอเพียง” จึงได้สื่อความหมาย ความสำคัญในฐานะเป็นหลักการสังคมที่พึงยึดถือ หลายคนชอบถามว่าทำไมต้องพอเพียงซึ่งบางครั้งผู้เขียน ก็นึกอยู่ในใจว่า คำถามนี้เราไม่จำเป็นต้องถามใครเลย ในเมื่อในส่วนลึกของทุกคนก็น่าจะทราบกันอยู่เเล้วว่า เหตุใดเราจึงต้องพอเพียง ความพอเพียงคืออะไร หลายคนมักชอบถามคำถามนี้ ความพอเพียงคือการรู้จักพอ พอใจในสิ่งที่ตนเองมี พอใจในสิ่งที่ตนเองสร้าง เเละอยู่ได้ด้วยการสร้างของตนเอง อยู่ด้วยลำเเข้งตนเอง โดยที่ไม่ต้องไปเบียดเบียนคนอื่น เมื่อเกิดปัญหาเกิดขึ้นมา เมื่อเศรษฐกิจไม่ดีเราก็สามารถที่จะยืนด้วยขาเราโดยที่เราไม่ล้ม เมื่อเกิดปัญหาเราไม่อด เนื่องจากเราช่วยตัวเองได้ หลักการเศรษฐกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงเเท้เเน่นอนหากเรารู้จักพิจารณาชีวตตามหลักความเป็นจริงได้ว่า สิ่งสำคัญที่สุด...

ร.5 ทรงชี้ประเด็น “ฝรั่งชีวิตสบาย ยามบ่ายเอาแต่เที่ยว แต่ทำไมบ้านเมืองเจริญ?”

ในการเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นั้น พระองค์ได้ทรงประสบพบเจอกับเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมาย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่ว่าจะเป็นทั้ง คน สัตว์ สิ่งของ ก็ต่างแปลกตาไปจากที่ทรงประสบในเมืองไทย ทั้งนี้พระองค์ก็ได้ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือเรื่อง “ไกลบ้าน” เพื่อรักษาเรื่องราวเหล่านี้ไว้ จากพระราชนิพนธ์เรื่องไกลบ้าน ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย ได้หยิบยกประเด็นที่รัชกาลที่ 5 ได้ทรงเปรียบเทียบวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ในเมืองฝรั่งกับเมืองไทยรวบรวมมาไว้อยู่ในตอนหนึ่งของหนังสือ “เรื่องส่วนพระองค์ใน ‘ไกลบ้าน'” ซึ่งมีใจความดังนี้ ในการเสด็จประพาสยุโรปรัชกาลที่ 5 ได้ทรงสังเกตระหว่างชาวไทยและชาวต่างประเทศอยู่หลายเรื่อง เช่นเรื่องของ “พฤติกรรมการดื่มเหล้า” พระองค์ได้มีพระราชดำริว่าชาวฝรั่งนั้นมีจุดประสงค์ในการดื่มเหล้า เพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น...

ถ้าเราไม่มี ‘ปมด้อย’ บางอย่างในจิตใจ เราจะไม่ ‘ยุ่ง’ เรื่องคนอื่น!!

โลกนี้ 'น่าขำ'! คนที่ 'รู้จัก' คุณน้อยที่สุด คือคนที่ 'พูด' ถึงคุณมากที่สุด คนที่บอกว่าคุณ 'ไม่ดี' อย่างงั้นอย่างงี้ คือคนที่ 'อิจฉา' คุณอยู่ลึกๆ คนที่บอกว่าคุณ 'ทำไม่ได้' คือคนที่ตัวเองก็ 'ไม่ได้ทำ' คนที่ 'วิจารณ์' ผลงานคุณหนักที่สุด คือคนที่ไม่มี 'ผลงาน' ที่จับต้องได้ คนที่ 'ดูถูก' ว่าคุณไม่เก่ง คือคนที่ 'ทำไม่ได้' อย่างที่คุณทำ คนที่บอกว่าคุณ 'บ้า' คือคนที่โคตรธรรมดาและถูก 'มองข้าม' คนที่บอกว่าคุณรวยแล้ว 'อวด' คือคนที่ถ้ารวยแล้วจะ 'อวด' ยิ่งกว่าคุณ คนที่ 'หมั่นไส้' ในความมั่นใจของคุณ คือคนที่ 'รู้สึกแย่' กับตัวเอง   ...ถ้าเราไม่มี 'ปมด้อย' บางอย่างในจิตใจ เราจะไม่...

ส่องรายได้เฉลี่ยครัวเรือนไทยทั้ง 77 จังหวัด มากน้อยแค่ไหน? มาดูกัน!!

ทุกวันนี้ที่เราทำงานกันอย่างเหน็เหนื่อยในแต่ละวัน เพื่อให้มีรายได้เข้าสู่กระเป๋าสตางค์ เพื่อสามารถเลี้ยงชีพอยู่ในสังคมโดยไม่ต้องลำบากใคร อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลย คือ ประชากรแต่ละจังหวัดนั้นล้วนมีรายได้ที่ต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ ที่เป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดรายได้ให้กับภายในจังหวัด โดยในวันนี้ จะพาไปสำรวจรายได้เฉลี่ยครัวเรือนไทย โดยอ้างอิงจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ประจำปี 2560 แล้วจังหวัดมีรายได้เฉลี่ยดีที่สุดมาดูกัน รายได้คนไทยใน 77 จังหวัดต่างกันแค่ไหน? รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนรายจังหวัด 2560 . Thailand 2017 Monthly Household Income by Province . จากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ครัวเรือนไทยมีรายได้เฉลี่ย 26,946 บาท/เดือน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 21,437 บาท/เดือน (คิดเป็นร้อยละ...

สะสมแต้มบุญ! รวมสถานที่บริจาคเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วให้ผู้ขาดแคลน และยากไร้

“เสื้อผ้า” หรือ เครื่องนุ่งห่ม เป็น 1 ในปัจจัย 4 ที่มนุษย์นั้นขาดไม่ได้ โดยแต่ละตู้เสื้อผ้าของแต่ละคนล้วนมีเสื้อผ้าที่มีความหลากหลายตามสไตล์แฟชั่นของตัวเอง อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป เสื้อผ้าก็ล้นตู้ตามมา ทั้งเสื้อผ้าที่เก่าแล้ว หรือเสื้อผ้าที่ใส่ไม่ได้ แต่รู้หรือไม่ว่า สิ่งของที่หมดประโยชน์สำหรับคุณ แต่อาจสร้างคุณค่าให้กับคนอื่นที่ขาดแคลนได้ โดยทุกวันนี้ในประเทศเรายังมีผู้ยากไร้ที่ต้องการความช่วยเหลืออยู่ไม่น้อย ดังนั้น หากท่านใดมีเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วสามารถนำไปบริจาคตามสถานที่ต่างๆ บอกเลยว่าเสื้อผ้าที่ไม่ใช่แล้ว อย่างพึ่งทิ้ง นำไปแบ่งปันให้ผู้ยากไร้ แถมยังได้ทำบุญอีกด้วย สำหรับสถานที่สามารถนำเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วไปร่วมบริจาค มีดังต่อไปนี้ มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอย วิภาวดี 62 (แยก 4-7) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน...

ผลวิจัยเผย! คนใช้ “ไอโฟน” จนแอบแฝง แต่คนใช้ “หัวเว่ย-เสียวหมี่” ฐานะดีกว่า!!

วิจัยเผย! คนใช้ “ไอโฟน” จนแอบแฝง พบคนใช้หัวเว่ย-เสียวหมี่ การศึกษา-ฐานะดีกว่า ผลการสำรวจของสำนักวิจัยม็อบดาต้า พบว่าผู้ใช้มือถือไอโฟน ในจีนส่วนใหญ่มีการศึกษาในระดับที่ต่ำกว่า และมีทรัพย์สินน้อยกว่า ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนแบรนด์อย่าง “หัวเว่ย” หรือ “เสียวหมี่”   บริษัทวิจัยซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในนครเซี่ยงไฮ้ประเทศจีน พบว่าผู้ใช้ไอโฟนส่วนใหญ่นั้นเป็นผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน มีอายุระหว่าง 18-34 ปี มีการศึกษาอยู่ในระดับมัธยมปลาย และมีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 3,000 หยวน หรือราว 14,200 บาท โดยกลุ่มนี้ป็นที่รับรู้กันว่าเป็นกลุ่ม “ยากจนแอบแฝง” ซึ่งหมายถึง ดูจากภายนอกแล้วไม่ได้สะท้อนความยากจนตามสถานการณ์ทางการเงินที่แท้จริง ในทางกลับกันม็อบดาต้า พบว่าผู้ใช้สมาร์ทโฟน “หัวเว่ย” มักเป็นชายที่แต่งงานแล้วมีอายุระหว่าง 25-34 ปี มีการศึกษาในระดับปริญญาตรีเป็นอย่างน้อย...

เมื่อ “ศีลไม่เสมอกัน” ปัญญาที่จะคุยกัน “ก็ไม่เท่า..”

เมื่อ… “ ศีลไม่เสมอกัน ” ปัญญา.. ที่จะคุยกัน .. ก็ไม่เท่า... คือ.. คุยกันไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจกัน .. พาลทะเลาะตลอด ทางแก้คือ..“ รักษาศีล ” รักษาใจ .. ของเราเองให้ดี ถ้าไม่ใช่ .. เขาก็ไปเอง แต่ถ้าใช่ .. เราเปลี่ยน เขาก็เปลี่ยน ..“ ชีวิตคู่ ” หากเลือก.. คนไม่เสมอเรา แม้เรา.. จะพยายามเปลี่ยนแค่ไหน..?   แต่หาก.. อีกฝ่ายไม่คิดเปลี่ยน .. ก็ไปกันไม่ได้ เลือกใคร..? มาเป็น “ คู่ ”...