วันอาทิตย์, กรกฎาคม 21, 2019

เผย! 10 จุดอ่อนของคนไทย ที่เราเถียงไม่ออก ทำให้คนตกงานเป็นล้าน!!

วันนี้ จะขอพูดถึง 10 จุดอ่อนของคนไทย ที่ทำให้คนตกงานกันเยอะ เพราะที่จะกล่าวต่อจากนี้ทุกข้อนั้น แทบปฏิเสธไม่ได้เลย ถ้าไม่เชื่อให้ทุกคนลองไล่อ่าน แล้วลองพิจารณาโดยปราศจากอคติ ว่าจริงอย่างที่ว่ามั้ย…???   1. การศึกษาของคนไทยยังไม่ทันสมัย คนไทยเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้บางครั้งคนไทยขาดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่าง ๆ บางคนไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง จึงทำให้ตามหลังชาติอื่น คนมีฐานะก็ส่งลูกไปเรียนเมืองนอก เพื่อโอกาสที่ดีกว่า… 2. คนไทยรู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก คนไทยมัหจะมองข้ามโดยเฉพาะหน้าที่ต่อสังคม ชอบเป็นประเภทมือใครยาวสาวได้สาวเอา เกิดธุรกิจการเมือง ธุรกิจราชการ ธุรกิจการศึกษา ทุกอย่างมองเป็นธุรกิจกันหมด ทำให้ประเทศชาติ ล้าหลังไปเรื่อย 3. มองอนาคตไม่เป็น คนไทยมากกว่า 70% ทำงานแบบไร้อนาคต ทำแบบวันต่อวัน...

20 คำพูด กินใจ..ของนักปราชญ์ชาวจีน ที่ไม่เคยล้าสมัย!!

1. “ซุนวู” ” ชมคนด้วยวาจา… มีค่ายิ่งกว่ามอบไข่มุกให้เป็นของขวัญ ทำร้ายคนด้วยวาจา… สาหัสยิ่งกว่าทิ่มแทงด้วยหอกดาบ..” 2. “ฮั่วหลัวเกิง” ” คนอื่นช่วยเรา… เราจะจำไว้ชั่วชีวิต เราช่วยคนอื่น… จงอย่าจำใส่ใจ ” 3. “ปันกู้” ” น้ำใสสะอาดเกินไป… ย่อมไร้ซึ่งมัจฉา คนที่เข้มงวดเกินไป… ย่อมไร้ซึ่งบริวาร ” 4. “หลี่ต้าเจา” ” ความไม่พอใจ… ความกลัดกลุ้มหงุดหงิด ควรจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราฮึดสู้มากยิ่งขึ้น ไม่ควรเป็นสิ่งที่ทำให้เราท้อแท้… ห่อเหี่ยวยอมจำนนต่ออุปสรรค์…” 5. “ปาจิน” ” ในชีวิตของเรา…...

แรงแต่จริง!? “ไม่มีเงิน ก็เหมือนหมาตัวนึง” เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน!

เรื่องนี้อยากจะแชร์ประสบการณ์ให้คนอื่นได้เห็นเรื่องจริงที่เจอกับตัวเอง และเกิดขึ้นจริงในสังคมไทยสมัยนี้ นึกถึงตัวเองสมัยที่มาทำงานในเมืองกรุงใหม่ๆ ตอนนั้นมีเงินเดือน แต่ไม่รู้จักคุณค่าของเงินที่หามาได้ ใช่ ตอนนั้นผมไม่รู้จักคุณค่าความเหนื่อยยากของ ตัวเองเลยซักนิด หาความสุขใส่ตัว ซื้อของฟุ่มเฟือย เบื่อก็เปลี่ยนใหม่ ไปเรื่อยๆ ทั้งที่ก่อนที่จะเข้ามาทำงานในเมืองหลวง ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้อง ทำงานหาเงิน ส่งเงินให้แม่ ตอบแทนพระคุณแม่ ที่พูดถึงแต่แม่คนเดียวเพราะว่า พ่อเสียไปแล้ว แต่วันนึงก็ต้องเจอกับตัวเอง เพราะเงินที่เคยมีเริ่มหมดลงเรื่อยๆ ไม่มีเงิน ก็เหมือนหมา คำนี้ พี่หัวหน้างานที่สอน และด่าผมได้อยู่ทุกวัน ชีวิตจริง ของคน เป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่มีเงิน คนก็ไม่นับหน้าถือตา ไม่ให้ความสำคัญ เพื่อนฝูงก็ไม่มี แต่พอมีเงินหน่อย...

ไม่ว่าคุณจะรวยแค่ไหน ก็ไม่มีสิทธิ์ ‘ดูถูก’ คนอื่น!!

การดูถูกเหยียดหยามคนอื่น ไม่ใช่พฤติกรรมที่พึงกระทำ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องของการดูถูกเหยีบดหยามคนอื่นมีอยู่ทั่วไปในสังคมปัจจุบัน หลายคนพยายามหาปมด้อยของคนอื่นมาพูด หรือล้อเลียนเพื่อสนองตัญหา และความสนุกสนานของตน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง ไม่ว่าคุณจะรวยมากแค่ไหน ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดจาดูถูกคนอื่น ต่อให้จน เป็นหนี้ก็ต้องหาทางจ่ายคืน ต่อให้รวย ก็อย่าได้ข่มเหงผู้คนเหมือนไร้ซึ่งมโนธรรม ต่อให้ลำบาก ก็ต้องเป็นคนดี ต่อให้ทุกข์ ก็อย่าทิ้งคุณธรรม ต่อให้ใครหลอกใช้ รู้อยู่แก่ใจก็พอไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ ต่อให้ใครดูแคลน รู้อยู่แก่ใจก็พอไม่จำเป็นต้องโกรธ ต่อคนที่มีพระคุณ รู้ระลึกอยู่ในใจอย่าเนรคุณ ต่อคนที่เคารพนับถือ รู้ยกย่องอยู่ในใจอย่าทำลาย อยู่กับมิตร จริงใจให้กันมากหน่อย อยู่กับเพื่อนร่วมงาน ความอิจฉาลดให้มากหน่อย อยู่กับเจ้านาย เพิ่มความเคารพ ลดการประจบสอพลอ อยู่กับลูกน้อง เพิ่มการชี้แนะ ลดการดูถูกดูแคลน ยามปกติต้องรู้อดทนและมีความจริงใจ เมื่อใดที่เจออุปสรรคจึงมีคนอยากยื่นมาเข้ามาช่วยเหลือ ทิ้งอะไรก็ทิ้งได้ อย่าทิ้งมโนธรรม ทิ้งอะไรก็ทิ้งได้ อย่าทิ้งความมุ่งมั่น ต่อให้จน ก็อย่าเป็นมิจฉาชีพ ต่อให้ยาก ก็อย่าขายเพื่อน ต่อให้ทุกข์ ก็อย่าทำผิดกฏหมาย ต่อให้เหนื่อย ก็อย่าผลักปัดภาระหน้าที่ มีวาสนาอย่าเสพสิ้น เสพสิ้นทุกข์เกิด มีอำนาจอย่าใช้หมด...

เจ็บแต่จริง!? “แจ๊ค หม่า” มหาเศรษฐีจีนเผย “คนจน” คือคนที่เอาใจยากที่สุด!!

เจ็บแต่จริง!! “แจ๊ค หม่า” มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของจีนเผย คนที่เอาใจยากที่สุดคือ “คนจน” เพราะเหตุนี้!? แจ็ค หม่า มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศจีน และเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทอาลีบาบา เขาเป็นคนมีวิสัยทัศน์ในการมองอนาคตที่แตกต่างจากคนอื่น และเขาเองก็เคยเริ่มต้นจากความจนมาก่อนเช่นกัน แจ็ค หม่า เคยมีโอกาสได้มาบรรยายที่ประเทศไทย ซึ่งมีประโยคหนึ่งที่เขาได้กล่าวไว้ว่า “คนที่เอาใจยากที่สุดคือคนจน” ประโยคนี้ทำให้หลายๆ คนติดอกติดใจว่าเป็นเพราะอะไร โดยเขาได้สรุปเหตุผลที่นำมาสนับสนุนคำพูดของเขาไว้ ดังนี้ คนที่เอาใจยากที่สุดคือคนจน ถ้าเราให้อะไรเขาฟรีๆ เขาจะคิดว่า “นี่เป็นกับดัก” ถ้าเราบอกเขาให้ลงทุนน้อยๆ สิ เขาจะบอกว่า “ก็จะได้กำไรนิดหน่อยเอง” งั้นบอกให้เขาลงทุนเยอะๆ สิ เขาจะบอกว่า “ไม่มีเงิน” บอกให้เขาลองสิ่งใหม่ๆ เขาจะบอกว่า...

บทสวดมนต์ ก่อนนอนแบบสั้น สวดทุกวันดีทุกวัน ช่วยหนุนนำให้ชีวิตให้ดีขึ้น

การสวดมนต์ภาวนาเป็นการสร้างบุญที่ได้อานิสงส์สูง เพราะจิตใจจะสงบตั้งอยู่ได้นาน ทำให้เกิดฌาณจิตวิญญาณรวมทั้งสิ่งที่มองไม่เห็นจะได้มาร่วมอนุโมทนาบุญ และเป็นการแผ่เมตตาจิต มิตรไมตรีให้แก่ผู้อื่นอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นการรวมจิตให้สงบนิ่งก่อนทำสมาธิวิปัสสนาต่อไป ฝึกจิตใจให้สงบ มีสมาธิ ปัญญา เสริมวาสนา บารมี เสริมดวงชะตา การสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอน ที่เราต่างถูกปลูกฝังจากผู้หลักผู้ใหญ่ให้หมั่นสวดมนต์ทุกคืน เพื่อช่วยทำให้กรรมดีหนุนนำให้ชีวิตมีแต่ความสุขความเจริญแก่ผู้สวด อีกอย่างคนไทยเรายังมีความเชื่อว่าการสวดมนต์ภาวนาและหมั่นทำแต่กรรมดีนั้นจะทำให้ชีวิตดีขึ้นจริงๆ วันนี้เราได้นำเอาบทสวดมนต์ก่อนนอนมาฝากกันสำหรับใครที่กำลังมองหา ก่อนอื่น ให้เริ่มต้นกราบ 3 ครั้ง (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) แล้วจึงเริ่มต้นกล่าวบทสวดตามปกติ อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ 1 ครั้ง) สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม...

หมดยุค’ปริญญาแปะฝาบ้าน’ ทักษะ-อาชีพ-ชีวิต สำคัญกว่า..?

"เรียนสูง" มาแค่ไหน ไม่ใช่ประเด็น "ทำงาน" ให้เป็น คือประเด็นที่สำคัญ ประเด็นแรก ของเรื่องนี้คือ เรื่องการเรียน ถ้าจะว่าไป "การศึกษาเล่าเรียนมันเป็นเรื่องของตนคนนั้นเพียงคนเดียว" เรียนดี เรียนแย่ ก็อยู่คนคนนั้นทำเองทั้งสิ้น พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ญาติพี่น้องช่วยอะไรไม่ได้ สถาบันที่เรียนที่จบมาก็ไม่เกี่ยว อยู่ที่ฝีมือตัวเองล้วน ๆ ถ้าผลการเรียนออกมาดี ก็มีแนวโน้มว่า "น่าจะทำงานเก่งนนะ" เพราะกว่าจะจบมันต้องฝึกต้องฝนกันมากมายหลายกระบวนท่า แต่อย่างไรก็ตาม การฝึกฝนในช่วงระหว่างที่กำลังเรียนอยู่นั้น มันฝึกฝนอยู่ในกรอบของสมมติฐานที่ว่า "ฝึกเพื่อเรียนรู้ ถ้าถูกก็แล้วไป แต่ถ้าผิดก็กลับไปแก้ไขใหม่จนกว่าจะดีขึ้น" ซึ่งเป็นหลักง่ายๆ ของชีวิตนักศึกษา เชื่อว่าเคยผ่านกันมาทุกคน สังเกตุดีๆ จะเห็นว่าในช่วงที่เรากำลังศึกษาอยู่นั้นหากเรา คิดผิด...

ร่วมด้วยช่วยกัน! “วัดพระบาทน้ำพุ” ขอบิณฑบาต”ขนมปัง-ข้าวสาร” เพื่อเลี้ยงผู้ป่วยกว่าสองพันชีวิต!

พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ เจ้าคุณอลงกต ติกขปุณโญ เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ขอบิณฑบาตรข้าวสาร-ขนมปังเลี้ยงคนป่วยรวมทั้งเด็ก จำนวนกว่า 2 พันชีวิต ญาติโยมและผู้มีจิตศรัทธาคนใดมีจิตศรัทธาช่วยเหลือ เชิญได้นะคะ โดยเจ้าคุณอลงกตกล่าวว่า “ขณะนี้วัดพระบาทน้ำพุไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และสิ่งที่ดีขึ้นคือผู้ป่วย HIV มีทางรักษามากขึ้นและสามารถมีชีวิตยืนยาวกว่าเมื่อก่อน ทำให้ประชากรที่อยู่ในวัดพระบาทน้ำพุมีจำนวนมากขึ้นถึง 2 พันชีวิต แต่ละวันต้องใช้ข้าวสารและอาหารจำนวนมาก สิ่งที่อยากได้นอกจากของใช้จำเป็นเช่น สบู่ ยาสีฟัน ผ้าอนามัย ของใช้ส่วนตัวต่างๆ แล้ว ยังต้องการข้าวสาร และขนมปังปี๊บให้กับเด็กๆ ซึ่งหากญาติโยมที่มีจิตศรัทธาก็สามารถไปบริจาคกันได้” อับเดทตารางบิณฑบาต "คลิกที่นี่" เอกสารบอกบุญจาก “เจ้าคุณอลงกต” ขอเจริญพร ญาติโยมผู้มีเมตตาจิตทุกท่าน ด้วยอาตมาภาพได้จัดตั้งมูลนิธิธนาคารบุญเจ้าคุณอลงกตขึ้น...

อายุ 35 ปีอ่านเพื่อรู้ไว้ 40 ปีอ่านเพื่อเตือนใจ 50 ปีขึ้นไปควรทำให้ได้!!

ว่าด้วยเวลาชีวิต คัดจากหนังสือ “วิถีปลาเป็น” มนุษย์คิดว่า เมื่อความชรามาเยือน ความงามจะอันตรธานหายไป ที่จริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย มนุษย์ยังคงความงดงามอยู่เสมอ และความชราก็นำความงดงามอีกแบบหนึ่งมาให้ มันคือความงามที่มาพร้อมความอ่อนโยน บางเบา แต่คมกริบ ความงามชนิดนี้ แตกต่างไปจากความงดงามในช่วงวัยอื่นๆ เป็นความงามที่มาจากภายในมิใช่ภายนอก ไม่ใช่ผู้ชราทุกคนจะมีความงามชนิดนี้อยู่ แม้ท่านมีความงามชนิดนี้อยู่ ลูกหลานผู้คนจะพากันรายล้อมท่าน เพราะท่านมีกระแสของความอบอุ่น ให้พวกเขาดูดซับพลังจากท่านได้ ท่านลองสังเกตดูเถิด เมื่อพูดถึงวันวัยแล้ว มีเพียงวัยเยาว์และวัยชราเท่านั้นที่ให้พลังกับผู้อื่นได้ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะสองวัยนี้เป็นวัยที่มีอัตตาตัวตนน้อยที่สุด สิ่งนี้เกิดขึ้นกับเด็กๆ ทุกคนอย่างง่ายดาย แต่เกิดกับผู้ชราบางคนเท่านั้น เมื่อท่านก้าวสู่วัยชรา แม้ท่านยังเป็นผู้มากด้วยอัตตา ท่านก็คือผู้โง่เขลาและน่าเกลียดที่สุด ท่านเป็นผู้ดำเนินชีวิตมาเนิ่นนานแต่กลับเป็นผู้ไม่เข้าใจโลก ท่านกลายเป็นฟอสซิลที่แฝงตัวอยู่ในห้างสรรพสินค้าทันสมัย สิ่งที่สูงส่งยิ่งกว่าการเปลี่ยนโลกที่วัยหนุ่มสาวกระทำ ก็คือการปล่อยโลกที่วัยชราได้กระทำ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่มนุษย์คนหนึ่งจะปล่อยมือจากโลก เมื่อเราเกิดมา เราร้อง เรากำมือ เปล่งเสียงลั่นระงมเหมือนว่าเราต้องได้ทุกอย่าง นั่นคือสันดานเอาแต่ใจที่ฝั่งอยู่ในจิตสำนึกตั้งแต่ภพชาติก่อน มันทำให้เราไม่หลับไม่นอน ท่านดูสิ...

งานวิจัยพบ ‘โรงเรียนดี’ ไม่เท่า “พ่อแม่ดี” (รายละเอียด)

ผู้ปกครองหลายๆคนคงกำลังมองหาโรงเรียนที่ดีๆให้ลูก เพื่อให้ลูกได้ศึกษาในหลักสูตรที่ดีๆ เพื่อให้ลูกเก่ง ฉลาด แต่หารู้มั้ยว่า ห้องเรียนที่ดีที่สุดก็คือ บ้านของเรานี้เอง คำกล่าวดังกล่าวมาจากงานวิจัยของนักวิจัยแดนอินทรี ที่เผยว่า การที่เด็กจะประสบความสำเร็จในการเรียนได้นั้น พ่อแม่มีส่วนสำคัญอย่างมาก และพบว่า เด็กที่พ่อแม่คอยมีส่วนร่วมในการทำการบ้าน ให้กำลังใจ กระตุ้นให้ลูกเห็นความสำคัญของการศึกษา รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ กับทางโรงเรียนนั้นมักจะเป็นเด็กที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง โดยการศึกษานี้จัดทำขึ้นในสหรัฐอเมริกา โดยเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลของเด็กวัยทีนราว 10,585 คน จากโรงเรียนมัธยมประมาณพันแห่งในรัฐต่างๆ นักวิจัยพบว่า ครอบครัวที่มีการจำกัดเวลาการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (ไม่เฉพาะแค่ทีวี ปัจจุบันมีหน้าจอแสดงผลจำนวนมากที่มีความเกี่ยวพันต่อชีวิตประจำวันของเด็ก เช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นเกม โทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่นเกมแบบพกพา แท็บเล็ต ฯลฯ)...

HOT NEWS