วันอังคาร, พฤศจิกายน 13, 2018

อายุ 35 ปีอ่านเพื่อรู้ไว้ 40 ปีอ่านเพื่อเตือนใจ 50 ปีขึ้นไปควรทำให้ได้!!

ว่าด้วยเวลาชีวิต คัดจากหนังสือ “วิถีปลาเป็น” มนุษย์คิดว่า เมื่อความชรามาเยือน ความงามจะอันตรธานหายไป ที่จริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย มนุษย์ยังคงความงดงามอยู่เสมอ และความชราก็นำความงดงามอีกแบบหนึ่งมาให้ มันคือความงามที่มาพร้อมความอ่อนโยน บางเบา แต่คมกริบ ความงามชนิดนี้ แตกต่างไปจากความงดงามในช่วงวัยอื่นๆ เป็นความงามที่มาจากภายในมิใช่ภายนอก ไม่ใช่ผู้ชราทุกคนจะมีความงามชนิดนี้อยู่ แม้ท่านมีความงามชนิดนี้อยู่ ลูกหลานผู้คนจะพากันรายล้อมท่าน เพราะท่านมีกระแสของความอบอุ่น ให้พวกเขาดูดซับพลังจากท่านได้ ท่านลองสังเกตดูเถิด เมื่อพูดถึงวันวัยแล้ว มีเพียงวัยเยาว์และวัยชราเท่านั้นที่ให้พลังกับผู้อื่นได้ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะสองวัยนี้เป็นวัยที่มีอัตตาตัวตนน้อยที่สุด สิ่งนี้เกิดขึ้นกับเด็กๆ ทุกคนอย่างง่ายดาย แต่เกิดกับผู้ชราบางคนเท่านั้น เมื่อท่านก้าวสู่วัยชรา แม้ท่านยังเป็นผู้มากด้วยอัตตา ท่านก็คือผู้โง่เขลาและน่าเกลียดที่สุด ท่านเป็นผู้ดำเนินชีวิตมาเนิ่นนานแต่กลับเป็นผู้ไม่เข้าใจโลก ท่านกลายเป็นฟอสซิลที่แฝงตัวอยู่ในห้างสรรพสินค้าทันสมัย สิ่งที่สูงส่งยิ่งกว่าการเปลี่ยนโลกที่วัยหนุ่มสาวกระทำ ก็คือการปล่อยโลกที่วัยชราได้กระทำ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่มนุษย์คนหนึ่งจะปล่อยมือจากโลก เมื่อเราเกิดมา เราร้อง เรากำมือ เปล่งเสียงลั่นระงมเหมือนว่าเราต้องได้ทุกอย่าง นั่นคือสันดานเอาแต่ใจที่ฝั่งอยู่ในจิตสำนึกตั้งแต่ภพชาติก่อน มันทำให้เราไม่หลับไม่นอน ท่านดูสิ...

งานวิจัยพบ ‘โรงเรียนดี’ ไม่เท่า “พ่อแม่ดี” (รายละเอียด)

ผู้ปกครองหลายๆคนคงกำลังมองหาโรงเรียนที่ดีๆให้ลูก เพื่อให้ลูกได้ศึกษาในหลักสูตรที่ดีๆ เพื่อให้ลูกเก่ง ฉลาด แต่หารู้มั้ยว่า ห้องเรียนที่ดีที่สุดก็คือ บ้านของเรานี้เอง คำกล่าวดังกล่าวมาจากงานวิจัยของนักวิจัยแดนอินทรี ที่เผยว่า การที่เด็กจะประสบความสำเร็จในการเรียนได้นั้น พ่อแม่มีส่วนสำคัญอย่างมาก และพบว่า เด็กที่พ่อแม่คอยมีส่วนร่วมในการทำการบ้าน ให้กำลังใจ กระตุ้นให้ลูกเห็นความสำคัญของการศึกษา รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ กับทางโรงเรียนนั้นมักจะเป็นเด็กที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง โดยการศึกษานี้จัดทำขึ้นในสหรัฐอเมริกา โดยเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลของเด็กวัยทีนราว 10,585 คน จากโรงเรียนมัธยมประมาณพันแห่งในรัฐต่างๆ นักวิจัยพบว่า ครอบครัวที่มีการจำกัดเวลาการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (ไม่เฉพาะแค่ทีวี ปัจจุบันมีหน้าจอแสดงผลจำนวนมากที่มีความเกี่ยวพันต่อชีวิตประจำวันของเด็ก เช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นเกม โทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่นเกมแบบพกพา แท็บเล็ต ฯลฯ)...

“งูกับเลื่อย” เรื่องที่ต้องอ่าน ยาวหน่อยแต่เป็นข้อคิดที่ดีมาก!!

เรื่องเล่าจาก งูตัวหนึ่งเลื้อยเข้าไปในโรงไม้ มันไถลเลื้อยข้ามเลื่อยใบหนึ่ง มันเจ็บปวดมาก เลยหันหัวแว้งฉกกัดเลื่อย แต่กลับทำให้ปากมันมีแผลเหวอะโดยไม่ได้ยั้งคิด มันกลับเข้าใจว่า มันกำลังถูกจู่โจมโดยเลื่อย มันตัดสินใจเลื้อยโอบรอบตัวเลื่อย แล้วจัดการรัดเจ้าเลื่อยอย่างเต็มกำลัง แต่สิ่งที่ได้ คือ มันกลับถูกเลื่อยคร่ามันเองในที่สุด อย่าคิดว่าตัวเองแน่ แล้วใช้อารมณ์ เพราะบางปัญหา อารมณ์ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ บางทีอาจจะคิดว่าการบาดเจ็บเกิดจากคนอื่น แต่จริงๆ อาจจะเกิดจากจุดอ่อนตัวเอง ข้อคิด ในบางครั้ง เราตอบโต้ความโกรธ ด้วยการคิดทำร้ายคนๆนั้น แต่เราไม่ได้ฉุกคิดเลยว่า ในที่สุดแล้ว เรากลับกำลังทำร้ายตัวเองอยู่ ในชีวิตจริง บางทีมันจะดีกว่า ถ้าเราไม่สนใจต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ไม่สนใจคนพวกนั้น ไม่สนใจพฤติกรรมเหล่านั้น แม้แต่คำพูดของพวกเขา ในบางครั้ง มันจะดีซะกว่า หากเราไม่โต้ตอบ...

คิดจะเป็น “ฟูจิ” อย่าสนใจ “ซูชิ” 5 บาท ตลาดนัด!!

KFC ไม่เคยออกมาโวยวาย ไก่ทอดหาดใหญ่หรือไก่ทอดตลาดนัดที่ไหน ที่ขายเกลื่อนเต็มประเทศ Fuji ก็ไม่เคยออกมาออกมาไม่พอใจ ซูชิห้าบาทตลาดนัดเลย ที่ทำซูชิเลียนแบบไม่พอ แถมขายตัดราคาเหลือเพียง...5บาท Dunkin Donut  ก็ไม่เคยออกมางอแง โดนัทตลาดนัด ที่ขายชิ้นละ10บาทสักที !! จริงมั้ย....? ไม่ใช่เพราะพวกเขา ทุนหนากว่ารวยกว่าเลย แต่เพราะเขาโฟกัสแต่เป้าหมายตัวเอง โดยไม่เสียเวลาไปสนใจคู่แข่ง เพราะพวกเขาสนใจที่จะทำของตัวเองให้ดี ดีขึ้นไป พัฒนาแต่ร้านตัวเองขึ้นไป ถ้าเขามัวแต่เสียเวลาคิดเรื่องคู่แข่ง เขาจะเอาเวลาที่ไหนไปคิดเรื่องร้านตัวเอง? ใครก็อปเขา เขาไม่ออกมาโวยเลย ใครตัดราคาเขาเขาไม่เคยออกมาด่า เขาทำอย่างดี ทำให้ดีที่สุดในร้านตัวเอง เขาไม่สนว่านอกร้านจะทำยังไงขายเท่าไหร่ ในชีวิตเรา จะต้องเจอคนเลียนแบบ ตัดราคา ขโมยความคิด กันทุกวงการ ตั้งแต่ตลาดนัดยันตลาดหุ้น! ตั้งแต่ร้านขายกางเกงยีนส์ตลาดนัด ยันร้านแบรนด์ดังในห้าง มีหมด อย่าทะเลาะด้วย ด้วยการออกมาลดราคาแข่งกัน แต่ให้แข่งด้วยคุณภาพ และบริการ ใครก็ชอบของถูก แต่ที่ชอบมากกว่าคือของดีไม่ใช่หรือ..? ถูกแต่ใช้สามวันพัง ถูกแต่ไม่อร่อย ก็ขายได้ครั้งเดียว จริงมั้ย? ไปสังเกตดูแบรนด์ระดับโลกสิ ไม่ทะเลาะกับใคร ไม่สนใจว่าใครจะเป็นยังไง เขาสนใจพัฒนาที่ตัวเองอย่างเดียว มัวแต่คิดทำลายชีวิตคนอื่น มัวแต่คิดใส่ร้ายร้านคนอื่นจะเอาเวลาที่ไหนคิด เรื่องชีวิตตัวเอง เรื่องกิจการตัวเอง? คนที่ทำลายคนอื่น ให้ลงมาอยู่ในระดับเดียวกับตัวเอง มักอยู่ได้ไม่นานหรอก มีแต่คนที่คิดพัฒนาตัวเอง ปรับปรุงตัวเอง แก้ไขตัวเองให้ดีขึ้นทั้งนั้น ที่อยู่นาน และมั่นคง อย่าเสียเวลาโค่นต้นไม้คนอื่นเลย สนใจปลูกต้นไม้ของตัวเองดีกว่า.... อย่าเสียเวลาคิดเรื่องคนอื่น จงใช้เวลาคิดเรื่องตัวเองให้มากที่สุดดีกว่า “คิดจะเป็น Fuji อย่าสนใจซูชิ 5 บาท ตลาดนัด" Cr . สิริทัศน์ สมเสงี่ยม

อาชีพยุคใหม่ “เที่ยวไปทำงานไป” แถมรายได้ดีอีกต่างหาก!

เคยสงสัยกันไหม? ว่าคนที่นั่งทำงานในร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยมีแค่โน๊ตบุ๊คเพียงตัวเดียวนั้น เค้านั้นทำอาชีพอะไรกัน? นี่อาจจะเป็นการทำงานรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจ เป็นอาชีพในฝัน ของใครหลายๆคนที่ก็ว่าได้ หรือที่เรียกว่า สโลว์ไลฟ์ นั่นเอง ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักอีกหนึ่งอาชีพและการทำงานรูปแบบใหม่นี้กัน ในปัจจุบันอินเตอร์เน็ตช่วยให้เราสามารถจัดการทุกๆอย่างได้เพียงแค่ปลายนิ้ว มีธุรกิจออนไลน์มากมายที่ฉีกกฏการทำงานรูปแบบเดิมๆอย่างสิ้นเชิง ทำให้บางคนไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิต ก็สามารถหารายได้ได้ไม่ต่างจากคนที่ทำงานในออฟฟิต และที่สำคัญสถานที่ทำงานของพวกเขาจะอยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่พักผ่อนอีกด้วย บุคคลกลุ่มนี้เรียกว่า Nomad ซึ่งมีรากศัพท์มาจากคำว่า Nomadic หมายถึงพวกเร่ร่อนหรือพเนจรซึ่งเป็นการใช้ชิวิตที่มีลักษณะเฉพาะตัว คือการทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมๆกัน เพียงแค่มีโน๊ตบุ๊คหนึ่งตัวกับสัญญาณอินเตอร์เน็ตก็สามารถทำงานที่ไหนก็ได้บนโลกนี้  อาชีพของชาว Nomad นั้นแบ่งได้หลากหลายรูปแบบ ตามความความถนัดเฉพาะทางของแต่ละบุคคล อทิเช่น – ธุรกิจออนไลน์ – Blogger – Youtuber – Freelancer – E-Commerce   โดยอาชีพเหล่านี้อาจจะเรียกรวมๆว่า IM...

เป็นพ่อ เป็นแม่ ต้องอ่าน อย่างน้อย 3 รอบ..ถ้าอยากให้ลูกประสบความสำเร็จ!

เป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นลูก ต้องอ่าน อย่างน้อย 3 รอบ..ถ้าอยากให้ลูกประสบความสำเร็จ อีกแนวคิดหนึ่งที่ *ผิด* ในสังคมไทย คือคิดว่า ถ้าลูกต้องลำบากบ้าง ความผิดอยู่ที่พ่อแม่... มนุษย์อาจจะเป็นสัตว์เดียวในโลก ที่ไม่เข้าใจตรงนี้.. เพราะไม่มีสัตว์ประเภทไหนในโลกที่จะพยายามหากินให้ลูกจากเกิดถึงตาย...จากเปลถึงหลุม แม่นกอินทรีย์ มันจะคาบอาหารมาเลี้ยง มาป้อนลูกของมันทุกวันไม่เคยขาด แต่เมื่อวันหนึ่ง ที่ลูกนกจะต้องเริ่มออกจากรังหัดบิน ...มันจะเริ่มเอาอาหารมาป้อนน้อยลง... แต่เอาหนามเอาหินมาทิ้งในรัง สุมไว้เพื่อสร้างความอึดอัดให้กับลูก เพื่อเป็นการผลักลูกให้เริ่มอยู่ในรังไม่ได้.... ทุกวัน มันจะคาบลูกบินขึ้นไปให้สูง แล้วปล่อยลูกทิ้งลงมา ให้หัดกระพือปีก ถ้าลูกร่วงลงมา ไม่บิน มันก็จะโฉบลงมารับ บินกลับขึ้นไป และทิ้งลงมาใหม่ ทำอย่างนี้ จนวันหนึ่งลูกนกจะกางปีกแล้วเริ่มกระพือบิน... เมื่อถึงวันนั้น......

โลกใบนี้ ไม่มีใครที่ไร้ประโยชน์ เพียงแต่มันผิดที่ผิดทางก็เท่านั้น!

ถูกที่ถูกทาง... ชายคนหนึ่งเรียนมหาวิทยาลัยไม่จบ (ป.เอก) พ่อแม่ก็เลยจัดการหาภรรยาให้ เมื่อแต่งงานแล้วเขาก็สมัครเป็นครูสอนหนังสือ ในโรงเรียนประถมใกล้บ้าน เพราะไม่มีประสบการณ์การสอน สอนได้ไม่ถึงอาทิตย์เขาก็ถูกโห่ไล่จากเด็กนักเรียน ''เมื่อกลับถึงบ้าน'' ภรรยาปลอบใจเขาว่า... “แม้เราจะมีภูมิอยู่เต็มท้อง บางคนเอาออกเป็น บางคนเอาออกไม่เป็น อย่าได้โศกเศร้าเสียใจให้มากไป อาจมีงานที่เหมาะสมกว่านี้รอคุณอยู่'' ต่อมาเขาก็ไปทำงานรับจ้าง ก็ถูกเถ้าแก่ไล่กลับบ้าน เพราะเขาทำอะไรช้ายืดยาด ครั้งนี้ภรรยาของเขาปลอบใจเขาว่า “คนเรามือไม้ช้าเร็วต่างกัน คนอื่นเขาทำมาเป็นสิบๆปี คุณเรียนหนังสือมาตลอด จะให้ทำเร็วเหมือนคนอื่นได้ยังไง" เขาไปทำงานอีกหลายอย่าง... แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกัน มักจะเลิกล้มกลางคันอยู่เสมอ ทุกครั้งที่เป็นเช่นนี้ ภรรยาก็จะคอยปลอบใจ ไม่เคยตำหนิหรือว่ากล่าวอะไรไลย ตอนที่เขาอายุได้ 30 กว่าปี ด้วยความสามารถด้านภาษา เขาเลยสมัครเป็นครูผู้ช่วยในโรงเรียนโสตศึกษา ต่อมาเมื่อมีประสบการณ์การสอน เขาก็ออกมาเปิดโรงเรียนโสตศึกษาของตัวเอง จากนั้นเขาก็ได้เปิดร้านขายผลิตภัณฑ์ จากผู้พิการหลายแห่งในเมืองต่างๆ จากชายผู้ไม่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ตอนนี้เขากลายเป็นเศรษฐีย่อมๆเสียแล้ว อยู่มาวันหนึ่ง เขาได้ถามภรรยาของเขาว่า “แม้แต่ตัวผมยังรู้สึกอับจนไร้หนทาง เพราะอะไรคุณจึงมั่นใจในตัวผม” ภรรยาของเขาตอบว่า... “ดินดี แต่หากไม่เหมาะกับการปลูกข้าวบาร์เลย์ ก็ลองปลูกถั่ว หากไม่เหมาะกับการปลูกถั่ว ก็ลองปลูกแตง หากไม่เหมาะกับการปลูกแตง ก็ลองปลูกดอกไม้ฯ จะต้องมีเมล็ดพันธุ์อย่างหนึ่ง ที่เหมาะกับดินชนิดนี้ เมื่อได้เมล็ดพันธุ์ที่เหมาะกับมัน ก็ย่อมเจริญงอกงามได้ผลเก็บเกี่ยวเต็มที่ ” เมื่อฟังภรรยาพูดจบ เขาถึงกับหลั่งน้ำตา “ขอบคุณความรักความอดทนและความเชื่อมั่นที่คุณมีต่อผม คุณคือเมล็ดพันธุ์ที่ทรงพลังแข็งแกร่งและทรหดอดทนมาก” โลกใบนี้ ไม่มีใครที่ไร้ประโยชน์ เพียงแต่มันผิดที่ผิดทางก็เท่านั้น คนที่ไม่รู้จักถนอมรักษา ต่อให้อยู่บนภูเขาเงินภูเขาทองเขาก็ไม่มีความสุข คนที่ไม่รู้จักให้อภัยใจกว้าง ต่อให้ผูกมิตรสหายไว้มากมายสุดท้ายก็หลีกลี้หนีหาย คนที่ไม่รู้จักสำนึกคุณ ต่อให้ยอดเยี่ยมมากความสามารถอย่างไร ก็ยากประสบความสำเร็จ คนที่ไม่รู้ลงมือกระทำ ต่อให้ฉลาดปราดเปรื่องอย่างไร ความฝันก็ไม่อาจสำเร็จเป็นจริงได้ คนที่ไม่รู้จักให้ความร่วมมือ ต่อให้สู้จนสุดชีวิต ก็ยากที่จะสำเร็จสู่ความยิ่งใหญ่ได้ คนที่ไม่รู้จักเก็บออม ต่อให้มีเงินทองมากมาย ก็ไม่อาจเป็นเศรษฐีได้ คนที่ไม่รู้จักพอ ต่อให้ร่ำรวยปานใด ก็ยากที่จะมีความผาสุก คนที่ไม่รู้จักดูแลร่างกาย ต่อให้มียาดีมากมาย ก็ยากอายุยืนได้ และที่สำคัญ อย่ากลัวว่าเรียนยาก ที่กลัวคือไม่อยากเรียน อย่ากลัวสายตาของคนอื่น ที่กลัวคือตัวเองไม่รักดี อย่ากลัวไม่มีเงิน ที่กลัวคือมีแล้วไม่รู้จักใช้ กลายเป็นทาสของเงินต่างหาก จงใช้สตางค์อย่างมีสติ อย่าสิ้นสติเพราะสตางค์ ขอเป็นอีก 1 กำลังใจ ให้กับผู้ที่ท้อแท้ ล้มลุกคลุกคลาน ขอให้สู้ต่อไป ต้องมีสักวันที่เป็นวันของเรา "ต้องมีสักวัน ต้องมีสักวัน"

“น้ำใจ” เรื่องราวดีๆที่อยากให้คุณได้อ่าน!!

'น้ำใจ' ชายหนุ่มอุ้มบิดาซึ่งหมดสติจากอาการป่วยริมถนนพระรามหนึ่ง ซึ่งรถแท็กซี่ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีในท่ามกลางสภาพการจราจรติดขัด แต่ก็ไม่มีจักรยานยนต์รับจ้างคนใดยินดีนำไปส่งโรงพยาบาล แต่มีหนุ่มมอเตอร์ไซค์ใจงามผู้หนึ่งผ่านมาเห็น แล้วอาสาพาไปส่งโรงพยาบาลจุฬาฯ ในเวลาที่แพทย์สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ทัน ด้วยจิตวิญญาณแห่งวิชาชีพที่แสดงถึงความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ จึงทำให้ผู้อ่านได้ภาพอันฉุกละหุกและสุ่มเสี่ยงจากสภาพการจราจรนี้ไว้ได้ คณะกรรมการตัดสินจึงมีมติให้ภาพข่าว ชื่อ ‘น้ำใจ’ ถ่ายโดยนายกิตติพงษ์ มณีฤทธิ์ ช่างภาพหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เป็นภาพข่าวยอดเยี่ยม รางวัลอิศรา อมันตกุล ประจำปี 2556 'น้ำใจ' ภาพข่าวยอดเยี่ยม รางวัลอิศรา อมันตกุล ขอบคุณข้อมูลจาก ปู จิตกร บุษบา

สังคมสมัยนี้ อยู่ยากขึ้นทุกวัน!!

ช่วงนี้ได้ข่าวคนรู้จักกัน "ลาออก" เยอะมาก โดยเฉพาะคนที่ อายุเกิน 50 ปี ลูกเรียนจบมีงานทำแล้ว หมดภาระหนี้สินก้อนใหญ่ ไม่ใช่คนเหล่านี้จะตัดช่องน้อยแต่พอตัว แต่ส่วนใหญ่เท่าที่สนทนากัน คือ "เบื่อ" -เบื่อ ระบบ มีแต่ "ตัวชี้วัด" มากมายมากดดัน ทั้งๆเหตุผล ผลลัพธ์ปลายทางเห็นกันจะๆ สร้างตึกเท่าไหร่ไม่เคยพอ คนไข้ ยังล้นเหมือนเดิม แสดงว่าภาวะสุขภาพไม่ได้ดีขึ้น เหมือนภาพที่สร้าง แต่เงินกับคนดันจำกัดมีแต่น้อยลง แล้วก็แค่สั่งด้วยประโยคอุดมการณ์ขั้นสูงสุดเท่ห์ๆแต่กินไม่ได้ "ทำงานห้ามพูดถึงเรื่องเงิน" -เบื่อ คนร่วมงาน วุฒิภาวะไม่มี อาวุโสไม่สน บางคนแค่หัวโขนในวิชาชีพ นึกว่าจะด่า...

‘ถ้ารักลูกของเรา จงอย่าทำร้ายลูกคนอื่น’

เรื่องนี้เล่าโดยท่านพระอาจารย์พยอมครับ...... เศรษฐีคนหนึ่งอยู่กรุงเทพฯ เป็นนักสะสมซากสัตว์ เขาสัตว์งาช้างหนังเสือเต็มบ้านไปหมด ทุกเสาร์ อาทิตย์ก็ออกไปล่าสัตว์ เมียมีลูกอ่อนอายุประมาณ 3 เดือน วันหนึ่งขณะออกล่าสัตว์ เห็นลูกลิงตัวหนึ่งสวยน่ารักขนสีขาวแปลกมาก อยากได้มาเลี้ยงที่กรุงเทพ ฯ ก็ปรึกษากับพรานป่าคนนำทางว่า ทำอย่างไรจึงจะได้ลูกลิงมาเลี้ยง พรานป่าบอกว่า โดยสัญชาตญาณลิงจะรักลูกมากรักสุดชีวิต ตราบใดที่แม่ลิงยังไม่ตายไม่มีใครสามารถเอาลูกมันออกจากอกได้ มันสู้สุดชีวิต สุดท้ายเศรษฐีตัดสินใจ ยิงแม่ลิงตายแล้วเอาลูกลิงสีขาวมาเลี้ยงที่กรุงเทพฯ เมื่อยิงแม่ลิงตาย ก็เอาเนื้อไปแกง ให้ลูกน้องถลกหนังเก็บหนังไว้ประดับบ้าน พอกลับถึงกรุงเทพฯ ก็เอาลูกลิงเลี้ยงไว้ในบ้าน หยอกล้อวิ่งเล่นกับลูกลิงเป็นที่สนุกสนาน ส่วนหนังลิงตัวแม่มันยังสดอยู่มีกลิ่นเหม็น ก็เอาไปตากแดดที่ลานจอดรถหน้าบ้าน เช้าวันหนึ่ง ขณะเมียเศรษฐีกำลังให้นมลูกกิน ในห้องรับแขกหน้าบ้าน เมียร้องไห้โฮดังลั่นบ้าน เศรษฐีตกใจวิ่งลงมาจากชั้นบน โผเข้าไปกอดเมียและลูกไว้ ใบหน้าตกใจสุดขีด พยายามถามเมียว่าเกิดอะไรขึ้น เมียไม่ยอมตอบเอาแต่ส่ายหน้าแล้วก็ร้องไห้ หันไปมองหน้าลูก กำลังหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข. นั่งปลอบเมียอยู่สักครู่ พอเริ่มตั้งสติได้ ถามเมียว่าเกิดอะไรขึ้น ตกใจเรื่องอะไรร้องไห้เรื่องอะไร เมียไม่ยอมพูดแต่ชี้มือไปที่ลานจอดรถหน้าบ้าน เศรษฐีมองตามไป เห็นภาพถึงกับผงะตกใจน้ำตาไหล ไม่รู้ว่าลูกลิงที่เอามาเลี้ยงไว้ หลุดออกไปนอกบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ มันออกไปดูดนมแม่ที่เป็นหนังแห้งตากไว้ที่โรงรถ ดูดเสร็จมันก็ก้มลงกอดแม่ น้ำตาไหล เศรษฐีและเมียทนดูไม่ได้ร้องไห้โฮ คุยกันว่าถ้ามีคนทำกับครอบครัวเราอย่างนี้บ้าง เราจะรู้สึกอย่างไร จะเศร้าโศกเสียใจทุกข์ทรมานใจขนาดไหน? ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เศรษฐีสั่งให้เอาซากสัตว์ที่สะสมทั้งหมดไปเผา เอาลูกลิงไปปล่อยในป่า เลิกออกล่าสัตว์ เข้าวัดทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แม่ลิง และขออโหสิกรรม ทุกครั้งที่ทำบุญจะขอพรทุกครั้งว่า ขออย่าให้มีใครมาทำกับครอบครัวเรา เหมือนกับที่เราได้ทำกับครอบครัวลิงตัวนั้นเลย อาตมาจึงขอฝากไว้ว่า... ถ้ารักลูกของเราจงอย่าทำร้ายลูกคนอื่น ถ้าอยากให้ครอบครัวของเรามีความสุข จงอย่าทำร้ายครอบครัวคนอื่น

HOT NEWS