ร่วมด้วยช่วยกัน! “วัดพระบาทน้ำพุ” ขอบิณฑบาต”ขนมปัง-ข้าวสาร” เพื่อเลี้ยงผู้ป่วยกว่าสองพันชีวิต!

พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ เจ้าคุณอลงกต ติกขปุณโญ เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ขอบิณฑบาตรข้าวสาร-ขนมปังเลี้ยงคนป่วยรวมทั้งเด็ก จำนวนกว่า 2 พันชีวิต ญาติโยมและผู้มีจิตศรัทธาคนใดมีจิตศรัทธาช่วยเหลือ เชิญได้นะคะ โดยเจ้าคุณอลงกตกล่าวว่า “ขณะนี้วัดพระบาทน้ำพุไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และสิ่งที่ดีขึ้นคือผู้ป่วย HIV มีทางรักษามากขึ้นและสามารถมีชีวิตยืนยาวกว่าเมื่อก่อน ทำให้ประชากรที่อยู่ในวัดพระบาทน้ำพุมีจำนวนมากขึ้นถึง 2 พันชีวิต แต่ละวันต้องใช้ข้าวสารและอาหารจำนวนมาก สิ่งที่อยากได้นอกจากของใช้จำเป็นเช่น สบู่ ยาสีฟัน ผ้าอนามัย ของใช้ส่วนตัวต่างๆ แล้ว ยังต้องการข้าวสาร และขนมปังปี๊บให้กับเด็กๆ ซึ่งหากญาติโยมที่มีจิตศรัทธาก็สามารถไปบริจาคกันได้” อับเดทตารางบิณฑบาต "คลิกที่นี่" เอกสารบอกบุญจาก “เจ้าคุณอลงกต” ขอเจริญพร ญาติโยมผู้มีเมตตาจิตทุกท่าน ด้วยอาตมาภาพได้จัดตั้งมูลนิธิธนาคารบุญเจ้าคุณอลงกตขึ้น...

โลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ “วัววิเศษ”เป็นได้ทั้งคำอวยพรและคำสาปแช่ง

ความโลภที่กำลังทำร้ายประเทศไทย (บทความนี้ยาว แต่เขียนเพื่อเตือนสติคนไทย บทความนี้อาจแสลงใจ แต่เขียนเพื่อชี้ให้เรามองไกลๆ บทความนี้ดูเผินๆ ไม่เกี่ยวกับเรา แต่มันเกี่ยวกับเราโดยตรง) ฝรั่งรายหนึ่งเขียนจดหมายถึงหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษฉบับหนึ่งบอกว่าเขากับเพื่อน ๆ จะไม่กลับมาเที่ยวเมืองไทยอีก และจะไม่แนะนำให้ใครมาเยือนประเทศนี้อย่างเด็ดขาด เหตุผลเพราะตลอดเวลาที่พวกเขาอยู่เมืองไทย ถูกคนขับแท็กซี่รุมสูบเลือด คิดราคาเหมาซึ่งสูงกว่าราคาจริงถึงสิบเท่า บรรดาคนขับแท็กซี่รวมหัวกัน ดักหน้าดักหลัง ปิดประตูตีแมว นักท่องเที่ยวไม่มีทางเลือก ก็ต้องยอมจ่าย พกพาความเจ็บแค้นกลับบ้าน และสาปส่งประเทศคนขี้โกง หลายปีที่ผ่านมาผมได้ยินเรื่องร้องเรียนอย่างนี้เสมอ ผมอาศัยอยู่ในละแวกที่มีนักท่องเที่ยวมาก วิถีชีวิตต้องพึ่งรถแท็กซี่ทำให้มีประสบการณ์ตรง และมันเป็นความจริง เรากลุ่มหนึ่งทำให้นักท่องเที่ยวมาเมืองไทยด้วยหัวใจเริงร่า และพาหัวใจเกลียดชังกลับบ้าน ซอยแถวบ้านผมเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มจัดสรรพื้นถนนสาธารณะให้เป็นที่จอดรถแท็กซี่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่อนุญาตให้รถของ ‘ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง’ จอด รถแท็กซี่เหล่านี้จอดดักหน้าดักหลังนักท่องเที่ยว ไม่รับผู้โดยสารคนไทย วัน ๆ คนขับก็ไม่ทำอะไร รอเหยื่อต่างชาติผ่านทางมาให้ตีหัว แต่คนขับแท็กซี่ย่อมไม่สามารถกระทำเรื่องอย่างนี้ได้หากระบบรักษากฎหมายไม่ถูกใช้ฉ้อฉล พฤติกรรมนี้แพร่ไปทุกหัวเมืองที่มีนักท่องเที่ยว และในรูปต่าง...

หมดยุค’ปริญญาแปะฝาบ้าน’ ทักษะ-อาชีพ-ชีวิต สำคัญกว่า..?

"เรียนสูง" มาแค่ไหน ไม่ใช่ประเด็น "ทำงาน" ให้เป็น คือประเด็นที่สำคัญ ประเด็นแรก ของเรื่องนี้คือ เรื่องการเรียน ถ้าจะว่าไป "การศึกษาเล่าเรียนมันเป็นเรื่องของตนคนนั้นเพียงคนเดียว" เรียนดี เรียนแย่ ก็อยู่คนคนนั้นทำเองทั้งสิ้น พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ญาติพี่น้องช่วยอะไรไม่ได้ สถาบันที่เรียนที่จบมาก็ไม่เกี่ยว อยู่ที่ฝีมือตัวเองล้วน ๆ ถ้าผลการเรียนออกมาดี ก็มีแนวโน้มว่า "น่าจะทำงานเก่งนนะ" เพราะกว่าจะจบมันต้องฝึกต้องฝนกันมากมายหลายกระบวนท่า แต่อย่างไรก็ตาม การฝึกฝนในช่วงระหว่างที่กำลังเรียนอยู่นั้น มันฝึกฝนอยู่ในกรอบของสมมติฐานที่ว่า "ฝึกเพื่อเรียนรู้ ถ้าถูกก็แล้วไป แต่ถ้าผิดก็กลับไปแก้ไขใหม่จนกว่าจะดีขึ้น" ซึ่งเป็นหลักง่ายๆ ของชีวิตนักศึกษา เชื่อว่าเคยผ่านกันมาทุกคน สังเกตุดีๆ จะเห็นว่าในช่วงที่เรากำลังศึกษาอยู่นั้นหากเรา คิดผิด...

ไม่ว่าคุณจะรวยแค่ไหน ก็ไม่มีสิทธิ์ ‘ดูถูก’ คนอื่น!!

การดูถูกเหยียดหยามคนอื่น ไม่ใช่พฤติกรรมที่พึงกระทำ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องของการดูถูกเหยีบดหยามคนอื่นมีอยู่ทั่วไปในสังคมปัจจุบัน หลายคนพยายามหาปมด้อยของคนอื่นมาพูด หรือล้อเลียนเพื่อสนองตัญหา และความสนุกสนานของตน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง ไม่ว่าคุณจะรวยมากแค่ไหน ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดจาดูถูกคนอื่น ต่อให้จน เป็นหนี้ก็ต้องหาทางจ่ายคืน ต่อให้รวย ก็อย่าได้ข่มเหงผู้คนเหมือนไร้ซึ่งมโนธรรม ต่อให้ลำบาก ก็ต้องเป็นคนดี ต่อให้ทุกข์ ก็อย่าทิ้งคุณธรรม ต่อให้ใครหลอกใช้ รู้อยู่แก่ใจก็พอไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ ต่อให้ใครดูแคลน รู้อยู่แก่ใจก็พอไม่จำเป็นต้องโกรธ ต่อคนที่มีพระคุณ รู้ระลึกอยู่ในใจอย่าเนรคุณ ต่อคนที่เคารพนับถือ รู้ยกย่องอยู่ในใจอย่าทำลาย อยู่กับมิตร จริงใจให้กันมากหน่อย อยู่กับเพื่อนร่วมงาน ความอิจฉาลดให้มากหน่อย อยู่กับเจ้านาย เพิ่มความเคารพ ลดการประจบสอพลอ อยู่กับลูกน้อง เพิ่มการชี้แนะ ลดการดูถูกดูแคลน ยามปกติต้องรู้อดทนและมีความจริงใจ เมื่อใดที่เจออุปสรรคจึงมีคนอยากยื่นมาเข้ามาช่วยเหลือ ทิ้งอะไรก็ทิ้งได้ อย่าทิ้งมโนธรรม ทิ้งอะไรก็ทิ้งได้ อย่าทิ้งความมุ่งมั่น ต่อให้จน ก็อย่าเป็นมิจฉาชีพ ต่อให้ยาก ก็อย่าขายเพื่อน ต่อให้ทุกข์ ก็อย่าทำผิดกฏหมาย ต่อให้เหนื่อย ก็อย่าผลักปัดภาระหน้าที่ มีวาสนาอย่าเสพสิ้น เสพสิ้นทุกข์เกิด มีอำนาจอย่าใช้หมด...

มหาเศรษฐีหมื่นล้าน จบแค่ ป.4 แต่มีลูกน้องเป็น ดร. ทั้งนั้น!!

พ่อค้า... เลือกกำไรชิ้นละ 20บาท แต่ขายได้วันละ 100ชิ้น นักธุรกิจ... เลือกกำไรชิ้นละ 5บาท แต่ขายได้วันละ 1,000ชิ้น นักลงทุน... เลือกกำไรชิ้นละ 1บาท แต่ขายได้วันละ 100,000ชิ้น พ่อค้า.... ยอมยืนลวกก๋วยเตี๋ยววันละ8ชั่วโมง เพื่อกำไรวันละ 3,000 นักธุรกิจ.... ยอมจ้างมืออาชีพมายืนลวกก๋วยเตี๋ยวแทนตัวเอง แม้จะเหลือกำไรเพียงวันละ 1,000 เพื่อจะได้มีเวลาไปเปิดสาขา 2-3-4 นักลงทุน... ยอมเสียเงินมหาศาลให้กับค่าระบบ และบุคลากรมืออาชีพ สร้างแบรนด์ ขายระบบ ขยายตัวไปทั่วโลก พ่อค้า....พาลูกไปสมัครเรียน ต้องปิดร้าน ขาดรายได้ นักธุรกิจ.... สั่งงานผ่าน ผู้จัดการ นักลงทุน.... นั่งจิบกาแฟอยู่ริมทะเล...

ร.5 ทรงชี้ประเด็น “ฝรั่งชีวิตสบาย ยามบ่ายเอาแต่เที่ยว แต่ทำไมบ้านเมืองเจริญ?”

ในการเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นั้น พระองค์ได้ทรงประสบพบเจอกับเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมาย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่ว่าจะเป็นทั้ง คน สัตว์ สิ่งของ ก็ต่างแปลกตาไปจากที่ทรงประสบในเมืองไทย ทั้งนี้พระองค์ก็ได้ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือเรื่อง “ไกลบ้าน” เพื่อรักษาเรื่องราวเหล่านี้ไว้ จากพระราชนิพนธ์เรื่องไกลบ้าน ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย ได้หยิบยกประเด็นที่รัชกาลที่ 5 ได้ทรงเปรียบเทียบวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ในเมืองฝรั่งกับเมืองไทยรวบรวมมาไว้อยู่ในตอนหนึ่งของหนังสือ “เรื่องส่วนพระองค์ใน ‘ไกลบ้าน'” ซึ่งมีใจความดังนี้ ในการเสด็จประพาสยุโรปรัชกาลที่ 5 ได้ทรงสังเกตระหว่างชาวไทยและชาวต่างประเทศอยู่หลายเรื่อง เช่นเรื่องของ “พฤติกรรมการดื่มเหล้า” พระองค์ได้มีพระราชดำริว่าชาวฝรั่งนั้นมีจุดประสงค์ในการดื่มเหล้า เพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น...

สังคมสมัยนี้ อยู่ยากขึ้นทุกวัน!!

ช่วงนี้ได้ข่าวคนรู้จักกัน "ลาออก" เยอะมาก โดยเฉพาะคนที่ อายุเกิน 50 ปี ลูกเรียนจบมีงานทำแล้ว หมดภาระหนี้สินก้อนใหญ่ ไม่ใช่คนเหล่านี้จะตัดช่องน้อยแต่พอตัว แต่ส่วนใหญ่เท่าที่สนทนากัน คือ "เบื่อ" -เบื่อ ระบบ มีแต่ "ตัวชี้วัด" มากมายมากดดัน ทั้งๆเหตุผล ผลลัพธ์ปลายทางเห็นกันจะๆ สร้างตึกเท่าไหร่ไม่เคยพอ คนไข้ ยังล้นเหมือนเดิม แสดงว่าภาวะสุขภาพไม่ได้ดีขึ้น เหมือนภาพที่สร้าง แต่เงินกับคนดันจำกัดมีแต่น้อยลง แล้วก็แค่สั่งด้วยประโยคอุดมการณ์ขั้นสูงสุดเท่ห์ๆแต่กินไม่ได้ "ทำงานห้ามพูดถึงเรื่องเงิน" -เบื่อ คนร่วมงาน วุฒิภาวะไม่มี อาวุโสไม่สน บางคนแค่หัวโขนในวิชาชีพ นึกว่าจะด่า...

จากอนุบาลถึง ป.6 ม.3 ม.6… “บ้าใบ” มากไปมั้ย? การศึกษาไทย

ครุยและพิธีการ “บัณฑิตน้อย” ลาม..จากอนุบาลถึง ป.6 ม.3 ม.6… “บ้าใบ” มากไปมั้ย? การศึกษาไทย ครุยและพิธีการ “บัณฑิตน้อย” ที่เคยมีกันเฉพาะระดับอนุบาล และส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนเอกชน มาบัดนี้ “ลาม” ครอบคลุมกินพื้นที่มากขึ้นทั้งประเทศ...เหมือนภัยแล้ง และไฟไหม้ป่าเพลานี้  ก็ไม่มีเหตุผลอะไรๆ มากไปกว่าเดิม นั่นคือ -:   1.สิ้นเปลือง สิ้นเปลืองเงินทองของผู้ปกครอง ไหนบ่นกันอุบว่าเศรษฐกิจย่ำแย่? ไหนพูดกันว่าเราจะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครอง? 2.สร้างสังคมที่ยึดมั่น “พิธีการ” และให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นแก่นสารน้อยกว่า พิธีการหลายๆ อย่างในสถานศึกษาหลายๆ สถานศึกษากำลังพันธนาการคุณภาพการศึกษาของเราให้อยู่กับที่ ฉุดขึ้นยากมาก ผมไม่โทษผู้บริหารสถานศึกษาครับ ที่ผ่านมาเราก็ต่างมีส่วนสร้างให้สิ่งนี้เกิดขึ้น 3.ทำให้ “ครุย” ไม่สมเกียรติ เกลื่อนเมือง...

“คนไทย”ติดหรูดูดี สร้างหนี้สร้างสิน เพื่ออวดรวย คนจีนและแขกจึงรวยกว่า แม้จะเข้ามาที่หลัง!

เมื่อ 100 ปีก่อน – คนจีน หนีความยากจน เสื่อผืนหมอนใบ มาเมืองไทย เป็นกุลี ,แบกข้าวสาร ,ลากรถ,ขายน้ำเต้าหู้ ฯลฯ คนไทยดูถูก…เรียกไอ้เจ็ก แต่คนจีนขยัน ขันแข็ง หนักเอาเบาสู้ อยากเป็นเจ้าของกิจการ อยากเป็นพ่อค้า คนไทยชอบสบาย อยากเป็นเจ้าคนนายคน รับราชการ มียศ มีสี มีเกียรติ มาวันนี้…. คนจีนร่ำรวย เป็นเจ้าของกิจการมากมาย คนไทยเป็นลูกจ้าง และเป็นลูกหนี้คนจีน   50 ปีก่อน – คนอินเดีย คนบังคลาเทศ หนีความยากจน...

เป็นพ่อ เป็นแม่ ต้องอ่าน อย่างน้อย 3 รอบ..ถ้าอยากให้ลูกประสบความสำเร็จ!

เป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นลูก ต้องอ่าน อย่างน้อย 3 รอบ..ถ้าอยากให้ลูกประสบความสำเร็จ อีกแนวคิดหนึ่งที่ *ผิด* ในสังคมไทย คือคิดว่า ถ้าลูกต้องลำบากบ้าง ความผิดอยู่ที่พ่อแม่... มนุษย์อาจจะเป็นสัตว์เดียวในโลก ที่ไม่เข้าใจตรงนี้.. เพราะไม่มีสัตว์ประเภทไหนในโลกที่จะพยายามหากินให้ลูกจากเกิดถึงตาย...จากเปลถึงหลุม แม่นกอินทรีย์ มันจะคาบอาหารมาเลี้ยง มาป้อนลูกของมันทุกวันไม่เคยขาด แต่เมื่อวันหนึ่ง ที่ลูกนกจะต้องเริ่มออกจากรังหัดบิน ...มันจะเริ่มเอาอาหารมาป้อนน้อยลง... แต่เอาหนามเอาหินมาทิ้งในรัง สุมไว้เพื่อสร้างความอึดอัดให้กับลูก เพื่อเป็นการผลักลูกให้เริ่มอยู่ในรังไม่ได้.... ทุกวัน มันจะคาบลูกบินขึ้นไปให้สูง แล้วปล่อยลูกทิ้งลงมา ให้หัดกระพือปีก ถ้าลูกร่วงลงมา ไม่บิน มันก็จะโฉบลงมารับ บินกลับขึ้นไป และทิ้งลงมาใหม่ ทำอย่างนี้ จนวันหนึ่งลูกนกจะกางปีกแล้วเริ่มกระพือบิน... เมื่อถึงวันนั้น......

HOT NEWS