วันอาทิตย์, พฤษภาคม 26, 2019

น่าชื่นชมมาก! วันธรรมดาเป็น“นายกรัฐมนตรี” ทุกวันเสาร์เป็นหมอรักษาคนไข้

ประเทศที่ไม่ได้วัดความเจริญด้วยจีดีพี  แต่ใช้ความสุขเป็นดัชนีชี้วัด  ยังมีนายกรัฐมนตรี ที่มีงานนอกเวลาวันเสาร์ เป็นหมอรักษาคนไข้อีกด้วย   นายโลเท เชอร์ริง ขึ้นทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีภูฏาน เมื่อปีที่แล้ว หลังชนะการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยครั้งที่สามของประเทศ นับจากสิ้นสุดระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในปี 2551 แต่เมื่อถึงวันเสาร์ นายกฯเชอร์ริงจะกลับไปทำหน้าที่คุณหมอรักษาคนไข้ที่โรงพยาบาล Jigme Dorji Wangchuck National  ซึ่งนายกรัฐมนตรีวัย 50 ท่านนี้กล่าวว่า คือนี่การปลดปล่อยความเครียดของเขา “สำหรับบางคน อาจเป็นออกรอบกอล์ฟ ยิงธนู แต่ผมชอบผ่าตัด ผมใช้เวลาช่วงเวลาสุดสัปดาห์ที่นี่” นายกฯภูฏานกล่าว อีกทั้งเจ้าตัวยังเผยว่า “เสื้อกาวน์ตัวนี้จะได้เป็นเครื่องเตือนใจว่า เคยหาเสียงกับประชาชนไว้ว่า จะให้ความสำคัญกับสุขภาพของคนทั้งประเทศ” นายกท่านนี้วันธรรมดาก็จะทำหน้าที่นายกฯ และทุกวันเสาร์ รักษาผู้ป่วยที่ถูกส่งไปให้รักษา ส่วนเช้าวันพฤหัสบดี ให้คำแนะนำแก่แพทย์ฝึกหัดและแพทย์ทั่วไป วันอาทิตย์จึงเป็นเวลาครอบครัว “ในโรงพยาบาล ผมจะต้องตรวจคนไข้และรักษาพวกเขาให้หาย...

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย อ่านแล้วน่าตกใจจัง…

วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆ ที่อยากให้ทุกคนได้อ่านกัน ซึ่งเป็นข้อมูลข้อมูลสถิติจากธนาคารแห่งประเทศไทย เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่การใช้ชีวิตสำหรับทุกคนแน่นอน ข้อมูลสถิติจากธนาคารแห่งประเทศไทยอ่านแล้วน่าตกใจจัง.... 1.คนทั่วไปเป็นอย่างไร? เมื่อถึงวัยเกษียณ 1%. = ร่ำรวย เป็นเศรษฐี 4%. = มีเงินใช้สุขสบาย 7%. = พอช่วยเหลือตัวเองได้ 40% = ต้องพึ่งพาลูกหลาน สถานสงเคราะห์ 48% = ยังคงต้องดิ้นรน ทำงานหนักแม้จะแก่แล้ว สรุป สำเร็จแค่ 5%. ล้มเหลว. 95% 2.ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต คนไทย ค่าอาหาร / 1คน   1วัน 3 มื้อ 1ปี 3x365 วัน...

ภ า พที่มีคนส่งต่อมากที่สุด เพราะอะไร คุณดูออกไหม?

เชื่อว่าหลายคนที่มีเพื่อนฝูงคงจะรู้ดีว่า กลุ่มเพื่อนๆหรือคนรอบข้าง เมื่อเรียนจบกันแล้ว ต่างคนก็ต่างแยกย้าย ต่างคนต่างมีหน้าที่ ไม่ว่าจะสนิทกันแค่ไหน หรือไปไหนด้วยกันตลอดเวลา แต่สักวันก็คนแยกย้ายไปตามวิถีทางของแต่ละคน และได้เจอสิ่งใหม่ๆ จนบางครั้งไม่ได้มีโอกาส หรือหลงลืมที่จะกลับมาได้พบเจอกับเพื่อนเก่าๆ แต่ภาพด้านล่างต่อไปนี้ เป็นภาพที่มีคนแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก เพื่อสนับสนุนให้เราออกมาสังสรรค์กับเพื่อนฝูงบ้าง เพื่อผ่อนคลายและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เปิดกว้างวิสัยทัศน์ให้ครอบคลุม มาดูกันเลยว่าเพราะอะไร?! ภาพแรก หลังจากสำเร็จการศึกษาไปแล้ว 5 ปี พวกเราแยกโต๊ะตามสถานะ “แต่งงาน” กับ “ที่ยังไม่แต่งงาน” 10 ปีต่อมา แยกโต๊ะตาม “การมีบุตร” และอีกโต๊ะคือคนที่ยัง “ไม่มีบุตร” 15 ปีต่อมา แยกโต๊ะตามคู่ครอง  “คู่ครองคนเดิม” และ “คู่ครองคนใหม่” 20 ปีต่อมา แยกโต๊ะตามดีกรีการดื่ม “คอแข็ง” และโต๊ะคน “คออ่อน” 25 ปีต่อมา แยกโต๊ะ “ภายในประเทศ” และ “ต่างประเทศ!” 30 ปีต่อมา แยกโต๊ะตามการกิน “อาหารคาว” และ “มังสวิรัติ!” 35...

“ต้นกำเนิดคนอีสาน..มาจากไหน?” เปิดประวัติศาสตร์กว่า 1,000ปี แชร์เก็บไว้เล่าให้ลูกหลานฟัง

ไทยอีสาน เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ พูดภาษาไทย-ลาว (ภาษาอีสาน) เป็นกลุ่มผู้นำทางด้านวัฒนธรรมภาคอีสาน เช่น ฮีต คอง ตำนาน อักษรศาสตร์ จารีตประเพณี นิยมตั้งหมู่บ้านเป็นกลุ่มบนที่ดอน เรียกตามภาษาท้องถิ่นว่า “โนน” ยึดทำเลเพื่อการทำนาเป็นอาชีพสำคัญ อาศัยอยู่ทั่วไป เรื่องถิ่นเดิมของชาติพันธุ์ลาวมีแนวคิด 2 อย่าง ซึ่งก็มีเหตุผลสนับสนุนพอ ๆ กันคือ 1. ถิ่นเดิมของลาวอยู่ที่ภาคอีสานนี่เอง ไม่ได้อพยพมาจากไหน ถ้าเหมาว่าคนบ้านเชียงคือลาว ก็แสดงว่าลาวมาตั้งหลักแหล่งที่บ้านเชียงมากกว่า 5600 ปีมาแล้ว เพราะอายุหม้อบ้านเชียงที่พิสูจน์โดยวิธีคาร์บอน 14 บอกว่า หม้อบ้านเชียงอายุเก่าแก่ถึง 5600 ปี กว่าคนบ้านเชียงจะเริ่มตีหม้อใช้ในครัวเรือน...

“ดีที่คนไทยขี้เกียจ” พวกเค้าเลยหาเงินง่าย เป็นแดนสวรรค์ ในขณะที่หลายคนบ่นว่าเศรฐกิจไม่ดี

นั่งคุยกับแรงงานต่างด้าว ที่รู้จักกัน บอกเมืองไทย หาเงินง่าย เป็นแดนสวรรค์ ช่วงเช้า ไปรับจ้างขายของ 300  ช่วงบ่าย ไปรับจ้างขายของ อีกร้าน 250 ตกดึกไปรับจ้างล้างจานตามร้านอาหาร 2 ที่ ที่ละ 100 รวม 300+250+100+100  รวมค่าแรง 750 บาทต่อวัน ไม่ได้ทุกวันเพราะบางวันร้านก็หยุด แต่รวมๆ ได้เดือน เกือบ 2 หมื่น เช่าห้องอยู่เดือนละ 3000 2 คนกับเพื่อนหารกัน กับข้าวทำกินเองทุกอย่าง อยากขายของเองบ้าง แต่ขายไม่ได้ ตำรวจจับติดคุก   เมืองไทย "ดีที่คนไทยขี้เกียจ" พวกเค้าเลยหาเงินง่าย ในขณะที่ทุกๆคนออกมาบ่นว่าเศรฐกิจไม่ดี  แต่คนพวกนี้...

“9 X 1 = 7” บทเรียนอันน่าขบคิด ที่ครูสอนลูกศิษย์เยาว์วัย

ครูโรงเรียนประถมท่านหนึ่งเขียนบนกระดานดังนี้ 9x1=7 9x2=18 9x3=27 9x4=36 9x5=45 9x6=54 9x7=63 9x8=72 9x9=81 9x10=90     เมื่อคุณครูเขียนเสร็จ เด็กๆต่างหัวเราะเยาะเธอเสียงดังลั่น เพราะเธอเขียนสูตรบรรทัดแรกผิด   ครูจึงพูดกับเด็กว่า.... ที่ครูเขียนผิด เพื่อต้องการให้นักเรียนเรียนรู้สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่โลกภายนอกจะปฏิบัติกับพวกเธอ เห็นไหมว่า ครูเขียนสูตรถูกต้อง 9ครั้ง ไม่มีใครชื่นชมครูเลย แต่ตรงกันข้าม กลับหัวเราะเยาะและตัดสินครูแค่ที่เขียนผิดเพียงครั้งเดียว   บทเรียนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : โลกนี้ไม่ได้ชื่นชมสิ่งดีๆที่คุณทำมานับล้านอย่าง แต่ตัดสินคนจากการทำผิดเพียงครั้งเดียว.... ที่มา postjung  

อย่าได้ดูถูกที่เสื้อผ้า และสิ่งที่เห็น ผมสัมผัสมาแล้ว ยืนยันว่ามีจริง

ประโยคข้างล่างนี้ ผมสัมผัสหรือรู้จักคนเหล่านั้นมาแล้ว ยืนยันว่า มีจริง ในขณะที่คนขายไก่ทอดข้าวเหนียวส้มตำ ซื้อรถคันละล้านกว่าด้วยเงินสด แต่คนบางคนที่ชอบแต่งตัวหรูหราเป็นหนี้แม้กระทั่งซื้อมือถือเครื่องเดียว????? ไม่มีงานใดที่จะมั่นคงกว่างานอื่นๆ เพราะทุกงานต้องใช้แรงกายแรงใจทำ ไม่ไปทำก็ไม่ได้เงินค่ะ หาช่องของตัวเองให้เจอ   กูเคยเห็นคนขายก๋วยเตี๋ยวป๊อกๆใต้ทางด่วน ขายได้วันละ 7-8 พัน เดือนนึงกำไรไม่ถึงแสนก็เฉียดแสนต่อเดือน กูเคยเห็นคนขายไส้กรอกย่างชิ้นละบาท ปั่นซาเล้งขายตอนกลางคืนขายได้วันละ 4-5 พัน กลางวันขับรถคันเป็นล้านไปจ่ายตลาด กูเคยเห็น คนเข็นรถผลไม้ ขายได้วันละ 2-3 พัน แต่ขอโทษกำไรพวกนี้ 70% เดือนๆ นึงมีเก็บเฉียดแสน   กูเคยเห็นคนขายส้มตำไก่ย่าง ขี่มอร์ไซค์พ่วงขายกับเมียสองคน จอดตามไซด์งานก่อสร้าง จอดตามปั๊มน้ำมัน วันนึงมีกลับบ้าน 6-7 พัน...

เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง กลับต้องเอากระดูกมาแขวนคอ..

เผื่อว่าบางคนจะคิดได้....   คุณยืมเงินผม100บาท บอกว่าพรุ่งนี้จะคืนให้ พอวันรุ่งขึ้น คุณกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ พอค่ำนั้นผมทักเรื่องนี้ขึ้นมา คุณกลับตอกกลับผมมาว่า “ทำไมใจแคบจังวะ เงินแค่ 100บาทจะอะไรกันนักหนา?” แถมยังเอาไปเล่าให้คนอื่นฟังในทางเสียหาย ผลสุดท้ายกลายเป็นผมใจแคบ ไม่มีน้ำใจกับเพื่อน   มิน่าล่ะ โบราณถึงว่าไว้  “เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง กลับเอากระดูกมาแขวนคอ”   ความเป็นคน สูงส่งกันที่รู้คุณ สำนึกคุณ  คนอื่นยื่นมือช่วย คุณควรสำนึก แต่หากไม่สำนึกก็ไม่เป็นไร อย่าทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป   ผมให้คุณยืม 5หมื่น เขาให้คุณยืม 1แสน คุณเที่ยวไปคุยกับใครๆว่า เขามีน้ำใจให้คุณมากกว่าผม แต่คุณไม่รู้ เขามีเงินอยู่ในมือ 1ล้าน ผมมีเงินอยู่ในมือ 5หมื่น!   ผมให้ลูกกวาดคุณ 1เม็ด พอเห็นผมให้คนอื่น 2เม็ด คุณเอาไปบอกใครๆ ว่าผมลำเอียง...

สิ่งที่เริ่มเข้าใจตอนอายุใกล้ 30 กว่าจะรู้ว่าชีวิตคืออะไร เราก็ใช้มันไปแล้วครึ่งชีวิต…

สิ่งที่เริ่มเข้าใจตอนอายุใกล้ 30 (จดไว้ อีก 10 ปี จะมาอ่าน)   พออายุใกล้ 30 เรามีความสุขกับเสื้อผ้า กระเป๋าน้อยลง แต่ความสุขของเราเริ่มเกิดขึ้นเมื่อรู้ว่า...ต่อจากนี้จะใช้ชีวิตยังไง ถึงจะมีความสุขในแบบของตัวเอง เราอยากโทรหาพ่อแม่ทุกครั้งที่มีเวลา เราอยากสำเร็จให้เร็วที่สุดเพื่อให้พ่อแม่ได้เกษียณ พักผ่อนตามอัธยาศัย เพราะเราก็คงอยากทำแบบเดียวกันตอนอายุเท่าพ่อแม่ การตั้งใจหาเงินเป็นสิ่งที่ถูกแล้ว ถ้ายังไม่สำเร็จก็ขยันไปเถอะ แต่การตั้งใจไม่ได้แปลว่าต้องให้งานเป็นทั้งหมดของชีวิต ต้องสร้างต้นทุนสุขภาพให้ได้ก่อน สุขภาพเป็นการลงทุนระยะยาว ยังไม่เห็นผลตอนนี้แต่ก็ต้องทำเพื่อให้มีแรงต่อยอดต้นทุนอื่นที่เหลือ   อยู่มาจะครึ่งคนแล้ว เราจะไม่หนีปัญหาเพราะในชีวิตไม่ว่าเรื่องอะไร ถ้าเราละเลยในวันนี้ มันจะวกกลับมาหาอีกในวันหน้า ไม่ช้าก็เร็ว แต่มาแน่นอน เราไม่เอาเรื่องดราม่าในชีวิตมาบ่นในเฟสบุค ถึงโพสต์แล้วมันทำให้ได้ระบาย แต่เพื่อนทุกคนในเฟสบุคไม่ได้ต้องการเป็นที่ระบาย ถ้าจะมีคงเป็นแค่เพื่อนบางคน และเราเลือกที่จะคุยกับเค้าในชีวิตจริงมากกว่า การเลิกแล้วต่อกันโดยไม่ยึดติดกับความคิดตัวเองว่าเราผิดหรือไม่ผิด มันทำให้ชีวิตไปต่อได้ อย่าติดอยู่กับกับดักอารมณ์นานๆ ปล่อยให้ความจริงปกป้องเราเอง...

เหตุผลที่ไม่ควร “ลาออก” มาทำธุรกิจส่วนตัว เพียงเพราะเบื่อการเป็นลูกจ้าง!

“ยังว่ายน้ำไม่เป็น อย่ารีบกระโดดลงน้ำ” เบื่อชีวิตลูกจ้างแค่ไหน ก็อย่ารีบร้อน ลาออกมาเปิดกิจการ “ยังว่ายน้ำไม่เป็น อย่ารีบกระโดดลงน้ำ” เบื่อชีวิตลูกจ้างแค่ไหน ก็อย่ารีบร้อน ลาออกมาเปิดกิจการส่วนตัว ธุรกิจค้าขาย ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถึงจะไม่ง่าย ก็สำเร็จได้หากตั้งใจ การทำธุรกิจ มันมีความรับผิดชอบสูงกว่าการแต่งตัวออกไปทำงานแล้วรับเงินสิ้นเดือน มันมีเรื่องให้คิด แก้ปัญหา และต้องพัฒนาตลอดเวลา ตอนทำงานเราอาจสู้แค่กับงานหรือเพื่อนร่วมงานแย่ๆ ไม่กี่คน ลาออกมาเปิดกิจการ เป็นเจ้าของธุรกิจต้องสู้กับทุกคน ทุกอย่าง แม้กระทั่งสู้กับตัวเอง   การทำธุรกิจ เปิดกิจการมันเหมือนว่ายน้ำเลย วันนี้ถ้าคุณยังเป็นลูกน้องที่ดีของใครไม่ได้ วันนี้ถ้าคุณยังเป็น พนักงานที่ดีของบริษัทไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เลย ที่คุณจะเป็นเจ้าของร้าน เจ้าของกิจการที่ดีได้   หลายคนที่รีบร้อน ลาออก มาเปิดกิจการตามความฝัน สุดท้ายผิดหวัง พังไม่เป็นท่า เพราะว่ายน้ำยังไม่แข็ง แล้วรีบโดนลงทะเลแห่งชีวิตจริงๆ คนบางคน เกิดในครอบครัวค้าขาย ยังขายของไม่เป็นเลย คนบางคน ขายของมาทั้งชีวิต ยังตอบไม่ได้เลยว่า เป้าหมายของธุรกิจคืออะไร? ลาออกมาเปิดกิจการ รู้แค่ว่าเปิดร้านไปวันๆ...

HOT NEWS