ผลวิจัยชี้ “ดมตด” วันละนิด ดีต่อร่างกาย บำบัดได้หลายโรค

ผลวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอ็กซ์เตอร์ ประเทศอังกฤษ ระบุว่า กลิ่นตดหรือผายลม หรือ กลิ่นของก๊าซไข่เน่าเพียงนิด อาจจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ การศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยเอ็กเซทเตอร์ ประเทศอังกฤษ แนะนำว่าการสัมผัสกับไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่เกิดจากกระบวนการย่อยอาหารของแบคทีเรีย ที่มีกลิ่นเหม็นรุนแรงหรือเป็นก๊าซไข่เน่า สามารถป้องกันโรคต่างๆได้ แม้แต่โรคมะเร็ง การศึกศานี้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Medicinal Chemistry Communications พบว่า ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ในไข่เน่าหรือท้องอืด อาจเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาโรคต่างๆ ดร.มาร์ก วูด ระบุว่า ก๊าซไฮโดรเจน ซัลไฟด์ ซึ่งเกิดจากกระบวนการย่อยอาหารของแบคทีเรีย แม้จะมีกลิ่นเหม็นรุงแรงเหมือนไข่เน่า หรือแก๊สในกระเพาะอาหาร   แต่มันก็เป็นสิ่งที่ถูกผลิตขึ้นตามธรรมชาติในร่างกายของมนุษย์ และอาจจะเป็นกุญแจสำคัญไขปัญหาสุขภาพที่นำไปสู่การบำบัดรักษาโรคได้หลายชนิด   นักวิจัยเชื่อว่า การสูดดมกลิ่นผายลม หรือกลิ่นไข่เน่าเพียงน้อยนิด อาจช่วยลดความเสี่ยงทั้งโรคมะเร็ง, โรคหลอดเลือดในสมองตีบ,...

เตือนภัย! ท่านที่ได้ชื่อว่า”เป็นเพศหญิง” เพื่อผลประโยชน์ของตัวท่านเอง

สังคมสมัยนี้ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ ข่าวอาชญากรรมมีให้เห็นอยู่รายวัน ซึ่งการจะไปไหนมาไหนก็ต้องคอยระวังเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง  โดยเฉพาะผู้หญิง ยิ่งต้องระวังให้มาก วันนี้เราจึงมีเรื่องที่เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้หญิงที่ต้องไปไหนมาไหนคนเดียว “เตือนภัยด่วน!” สำหรับผู้หญิงที่ขับรถไปไหนมาไหนคนเดียว ใครต้องขับรถ..หรือ มีแฟนสาวขับรถก็อ่านไว้นะ.. น่ากลัวนะ อ่านไว้จะได้ระวังตัว ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนสถานีตำรวจก้มหน้านิ่งตลอดเวลา ใบหน้าเธอซีดขาว บางครั้งก็เหม่อลอย แววตาหมดหวัง และบางครั้งหมดอาลัยต า ย อยากในชีวิต ขณะนั้นเป็นเวลาเกือบตี 2 แล้ว ท่าทางของเธอสะดุดตา และมีผู้หญิงอีกคนซึ่งอยู่ที่นั่นด้วย จนอดไม่ได้ที่จะหาโอกาสเข้าไปพูดคุยด้วยความสงสัย ผู้หญิงทั้งคู่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่เหตุที่ต้องมาอยู่บนสถานีตำรวจในเวลาเดียวกัน ก็เนื่องจากอุบัติเหตุรถชนกัน ! เป็นการเฉี่ยวชนแล้วพยายามขับหนี แต่ไม่พ้นการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ที่อยู่บริเวณดังกล่าวได้ เธอซึ่งเป็นผู้เสียหายให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...

ข่าวดี! คปภ. สั่งประกันต้องจ่ายเงิน ให้เจ้าของรถ วันละ 1,000 ระหว่างเคลมซ่อม

ถือเป็นข่าวที่ดีอีกหนึ่งเรื่อง สำหรับผูัที่มีรถยนต์ และเมื่อรถประสบ อุ บัติ เหตุ ต้องนำรถนั้นส่งซ่อม เพราะจากกรณีที่ คปภ. หรือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ได้ทำการแก้ปัญหาบริษัทประกัน ที่ไม่จ่ายค่าขาดประโยชน์ให้กับเจ้าของรถ ผู้ที่ควรได้ ในช่วงที่ระหว่างซ่อม โดยจะสั่งให้ทุกบริษัทต้องจ่ายวันละ 500 ถึง 1,000 บาท คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในต้นปี 2562 นั้น ที่ผ่านมานั้น ปัญหาในเรื่องของการร้องเรียนจากกรณีการเรียกร้องค่าขาดผลประโยชน์จากการใช้รถก็คือ บริษัทประกันไม่ยอมจ่ายค่าขาดผลประโยชน์ เหตุเพราะว่าประชาชนไม่มีความรู้หรือมีการจ่ายในอัตราที่ต่ำ ดังนั้นจึงมีการปรับหลักเกณฑ์ใหม่ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้...

แชร์ประสบการณ์ให้ทุกท่านได้รู้ ถ้าวันนึงโดนเหมือนกัน จะได้ไม่เสียสิทธิ์

วันนี้เรามีสาระมาฝากสำหรับคนที่มีรถ กรณีรถของคุณถูกชน เมื่อคุณนำรถไปเข้าอู่เพื่อซ่อม แล้วไม่มีรถที่จะใช้เดินทางไปไหนมาไหน เพราะต้องรอกว่าอู่จะซ้อมเสร็จ คุณรู้หรือไม่ว่าค่าใช้จ่าย รวมถึงค่าเสียเวลา ที่ใช้ในการเดินทางที่ว่านั้น คุณสามารถเรียกเก็บจากประกันได้เหมือนกันนะคะ วันนี้ขอแชร์ประสบการณ์ให้ทุกท่านได้รู้ ถ้าวันนึงโดนเหมือนกันจะได้ไม่เสียสิทธิ์กันนะคะ เรื่องเล่าของน้องคนสนิท พี่ก็พึ่งรู้ว่าเรียกคืนจากประกันได้ ได้รับเงินค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถเรียบร้อย ว่าจะไม่เรียกร้องแล้วเชียว เรียกไม่มากแค่ 19,000 บาท เท่านั้น ถามว่าคุ้มมั้ย ไม่เลย สรุปคร่าวๆ นะคะ คปภ. ได้ออกหลักเกณฑ์คุ้มครองผู้ขับขี่รถ หากประสบอุบัติเหตุแล้วเป็นฝ่ายถูก สามารถทำหนังสือพร้อมส่งเอกสารหลักฐานแจ้งความประสงค์ ขอเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างรอซ่อม ทั้งนี้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 โดยกำหนดอัตราขั้นต่ำค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.รถยนต์ไม่เกิน...

เตือนพ่อแม่-ผู้ปกครอง หากเจอย าเม็ด สีฟ้า ด้านหนึ่งมีตัวอักษร “D A N” และตัวเลข “5 6 2 0”

วันนี้เรามีเรื่องมาเตือนพ่อแม่ หรือผู้ปกครองทั้งหลาย ให้เฝ้าระวัง และสังเกตบุตรหลานของท่าน อย่าให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งนี้ ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจพบวัตถุออกฤทธิ์ชนิดใหม่ “ไดคลาซีแพม ( Diclazepam )” ครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็น ย าคลายเครียดในกลุ่มเบนโซไดอาซีปีน แต่มีฤทธิ์รุนแรงกว่า 10 เท่า และยังไม่มีการควบคุมทางกฎหมาย โดยมีรายงานในต่างประเทศว่ามีการนำมาใช้ในทางที่ผิดและมีผู้เ สี ย ชี วิ ต จากการใช้ ย านี้จำนวนมาก ย า ดังกล่าวมีลักษณะเป็นเม็ด กลมแบนสีฟ้า ด้านหนึ่งมีตัวอักษร “D A...

ลักษณะของ ‘บุตร’ ที่เกิดมาทวงหนี้ มีกรรมเก่าร่วมกัน!

กฎแห่งกรรม 3 ชาติ มนุษย์ทุกคนล้วนเกิดมาต่างหนีไม่พ้น พบ พราก สุข ทุกข์ เศร้า อภัย แค้น รัก ชัง นี่คือผลของกรรม กระทำสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้น ไม่มีใครหนีพ้นกฎแห่งกรรม “สามีภรรยา” เองก็มีกรรมร่วมกันมา ไม่ว่าจะกรรมดี หรือกรรมชั่ว ถ้าไม่มีกรรมร่วมกันมาเลย ก็ไม่อาจอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันได้ ส่วน “บุตรธิดา” นั้นคือ หนี้ ไม่ว่าจะเป็นทวงหนี้ หรือชดใช้หนี้ ก็สุดแท้แต่เวรกรรมที่ทำมาหากไม่มีหนี้ ไม่มาเกิดเป็น บิดา มารดา ลูกกันได้ เช่นนั้น สามีภรรยาคู่ใด...

เงินเดือน 9,000 แต่มีเงินเก็บ เงินเดือน 20,000 ทำไมเป็นหนี้!?

เป็นเรื่องจริงที่สะท้อนสังคมคนทำงานในสมัยนี้ พี่จะต้องย้อนกลับมาคิดว่าทำไมหลายคนถึงดิ้นรนมาทำงานในเมืองหลวงกันมาก คิดว่าได้เงินเดือนเยอะกว่าที่ทำงานต่างจังหวัดอีก จะมีเพจดังชื่อว่า เก็บกะตาง ได้เปรียบเทียบกันได้อย่างชัดเจน ระหว่างคนที่ทำงานที่บ้านเกิดของตัวเองที่มีเงินเดือนน้อยนิด 8,000- 9,000 บาท แต่มีเงินเก็บเหลือเดือนละ 3,000 บาทเลยทีเดียว และในขณะที่คนที่ทำงานในกรุงเทพ แม้ว่าจะได้เงินเดือนเยอะกว่า 2-3 เท่า ประมาณเดือนละ 18,000 ถึง 30,000 แต่เมื่อถึงสิ้นเดือนกับไม่มีเงินเก็บเลย อีกทั้งยังเป็นหนี้บัตรเครดิต เป็นหนี้นอกระบบ และแน่นอนว่าสิ่งที่ตามมานั่นก็คือค่าครองชีพที่สูง ค่าใช้จ่ายในกรุงเทพมีมาก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คนที่ทำงานกรุงเทพฯไม่ค่อยจะมีเงินเก็บสักเท่าไหร่ คนหลายคนที่อยู่ในกรุงเทพไม่มีเงินเก็บเพราะว่าค่าใช้จ่ายเยอะมาก ไหนจะค่าจอดรถ จอดรถที่ไหนจะต้องเสียตังค์ทุกที ค่าที่พัก ค่าสังสรรค์ เป็นหนี้บัตรเครดิต ทำตัวสุรุ่ยสุร่าย ซึ่งการใช้เงินแบบนี้แหละจะส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาตามมาทีหลังอย่างแน่นอน ดังนั้นเราควรที่จะเตรียมตัวรับมือกับปัญหาเหล่านี้ถ้าหากเรา...

แนวทาง “การพกปืน” แบบถูกกฎหมาย ไม่ให้ถูกจับ ของประชาชนทั่วไป

การพกปืน หรือการพาปืนไปด้วย ของประชาชนทั่วไป ขอแนะนำเป็นแนวทางของอาวุธปืนดังนี้ (ตอนที่ ๑) 1.อาวุธปืนมีทะเบียนและเป็นของเราเอง ไม่มีใบอนุญาตพกพา สามารถพกพานำติดตัวไปได้ ดังนี้ - เป็นประกาศของ ก.มหาดไทย ซึ่งเป็นนายทะเบียนอาวุธปืนทั่วราชอณาจักรเมื่อปี พ.ศ.2519 1) ไปเก็บเงินจำนวนมากๆ เดินทางผ่านที่เปลี่ยว เช่นใน ตจว. (ประกาศ ก.มหาดไทย ยกตัวอย่าง(ขณะนั้นจำนวนเงิน 30,000 ขึ้นไป) 2) เอาอาวุธปืนติดตัวเดินทางโดยแยกปืนกับกระสุนปืนออกจากกัน เช่นเก็บปืนไว้ในเก๊ะภายในรถยนต์ ส่วนกระสุนปืนเก็บไว้ท้ายรถที่ไม่สามารถหยิบออกมาใช้ได้ทันที ตย.ปืนลูกโม่ เก็บไว้ในรถ กระสุนปืนไว้ท้ายรถ 3) เอาอาวุธปืนติดตัวเดินทางโดยแยกปืนกับซองกระสุนปืนออกจากกัน เช่นเก็บปืนไว้ในเก๊ะภายในรถยนต์ ส่วนซองกระสุนปืน(แม๊กกาซีน) เก็บไว้ท้ายรถที่ไม่สามารถหยิบออกมาใช้ได้ทันที...

เมื่อก่อนไม่เคยรู้เลย.. จะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร?

เมื่อก่อนไม่เคยรู้เลย… 1. มัดตราสังข์สามเปราะ มัดที่คอ หมายถึง บ่วงรักลูก มัดที่มือ หมายถึง บ่วงรักสามี - ภรรยา มัดตรงข้อเท้า หมายถึง บ่วงรักทรัพย์สมบัติ ติดอยู่สามบ่วงนี้ ไปนิพพานไม่ได้ ต้องเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏไม่มีจบสิ้น   2. เคาะโลงรับศีล ไม่ใช่ให้คนตายมารับศีล แต่เพื่อเป็นการบอกคนที่มาร่วมงานว่า อย่าเอาแต่มัวประมาทขาดสติ ไม่สนใจในหลักธรรมคำสอน เมื่อตายไปหมดโอกาสทำความดี จะเคาะจนโลงแตกก็ลุกขึ้นมาไม่ได้   3. สวดอภิธรรม มักสวดเป็นภาษาบาลี คนเป็นฟังไม่รู้เรื่อง จึงนึกว่าสวดให้คนตาย แต่จริงๆ แล้วเป็นการสวด เพื่อสอนคนที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะได้นำหลักธรรม ไปปฏิบัติให้เกิดผลดีในชีวิตประจำวัน ดังนั้นแม้จะฟังไม่เข้าใจแต่เพื่อให้การฟังสวดอภิธรรมเกิดผล ควรสำรวมส่งจิตไปอยู่กับเสียงพระสวด ให้จิตสงบนิ่งอยู่กับเสียงพระสวดก็จะเกิดสมาธิจิตได้   4. บวชหน้าไฟ มักเข้าใจกันว่า เป็นการบวชจูงผู้ตายขึ้นสวรรค์ ความจริงนั้น ไม่ใช่ เพราะการบวชหน้าไฟ เป็นการปลงธรรมสังเวชต่อการเกิด แก่ เจ็บ และตายในที่สุด มนุษย์ก็มีเท่านี้ ทำให้เกิดการเบื่อหน่ายต่อชีวิตในโลกียวิสัย ไม่ประสงค์จะอยู่ในเพศฆราวาส แล้วพอใจในสมณะเพศ มุ่งปฏิบัติธรรมเพื่อความหลุดพ้น เข้าสู่มรรคผลนิพพาน 5. การนิมนต์พระจูงออกหน้าศพ เพื่อจะสอนคนที่ยังอยู่ให้ได้สำนึกว่าตอนที่ยังอยู่ ต้องเดินตามหลังพระ หมายความว่าให้ดำเนินชีวิตตามพระธรรม คำสั่งสอนพระพุทธเจ้านั่นเอง จึงจะอยู่ดีมีสุข...

ก่อนจะไปงานเลี้ยงรุ่น ควรถอดยศ ถอดศักดิ์ออก…จะไปอวด ไปเบ่งกันเพื่อ?

คำว่า “เพื่อน” มันห่างกันเมื่อวันเวลาผ่านไปจริงหรือ? นายเทาชื่อจริง “บรรเทา” เรียนจบนิติศาสตร์จากมหาวิทยาชื่อดังของเมืองไทย ที่กรุงเทพฯ ปัจจุบัน นายเทาประกอบอาชีพ นักเขียน, ทนายความตามชนบทธรรมดาคนหนึ่งในต่างจังหวัด นานๆ จะมีโอกาสเข้ากรุงเทพครั้งหนึ่ง หลังจากเรียนจบมาหลายสิบปีก็ไม่ได้พบเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันอีก มีอยู่วันหนึ่งเพื่อนบ้านบอกจะมีเจ้าหน้าที่จากอำเภอระดับสูงออกมาบริการ นายบรรเทาจึงไปร่วมประชุมที่ศาลากลางบ้าน โดยมีนายอำเภอเดินทางมาเป็นประธาน ขณะที่พูดนายอำเภอก็เมียงมองมาที่นายบรรเทาบ่อยๆ ครั้นจนกระทั่งเสร็จจากการให้บริการ นายอำเภอจึงให้คนมาตามนายบรรเทาไปพบ นายอำเภอถามว่า “คุณชื่อบรรเทา จอดนอก ใช่มั๊ย” “นายเทาบอกว่าใช่ครับ” ท่านรู้จักชื่อผมได้ยังงัย นายอำเภอได้ยินดังนั้น จึงพูดด้วยเสียงอันดังว่า “ไอ้เทา…มึงจำกูไม่ได้รึ กูไอ้คง ที่ลอกการบ้านมึงบ่อยๆ สมัยเรียนมหาวิทยาลัยไง” บรรเทาบอกว่า ผมก็รู้สึกคุ้นๆ กับชื่อท่าน ก็พึ่งนึกได้ตอนที่ท่านลอกการบ้านนี่หละครับ นายอำเภอบอก...