กระแสกำลังมา!! วิธีทำลูกแฝด แบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ?? ใครอยากมี ลองทำตามเลย!!

Google+ Pinterest LinkedIn Tumblr +

เรียกได้ว่าในเวลากระแสเด็กแฝดกำลังมาแรงๆมากๆ หลังจากซุปตาร์ตัวท็อปอย่าง ชมพู่ อารยา เอฮาร์เก็ต ได้คลอดน้องแฝดออกมาแล้ว เรียกได้ว่าน่ารักสุดๆ สำหรับน้อง ธันเดอร์-สตรอม ที่คลอดออกมาแปปเดียวแฟนคลับก็มากันเพียบเลย แต่ก่อนอื่นเชื่อว่า แม่ๆทั้งหลายที่เห็นก็อยากจะมีลูกแฝดกันได้ส่วนวิธีจะเป็นแบบไหนนั้นลองไปอ่านกันเลย

การมีลูกแฝด ถือเป็นความต้องการยอดฮิตของคู่สมรสหรือครอบครัวที่มีความพร้อมมากพอ ด้วยความที่ท้องครั้งเดียวแต่ได้เด็กน่ารักพร้อมกันถึง 2 คน (หรือมากกว่า) จึงทำให้คุณแม่หลาย ๆ คนสงสัยว่าถ้าอยากได้ลูกแฝดต้องทำอย่างไร ? แต่ก่อนที่จะตัดสินใจ ผมอยากถามว่าคุณแม่ทราบถึงความเสี่ยงและผลที่อาจจะตามมาอย่างรอบด้านแล้วหรือยัง และเหตุใดแพทย์ถึงไม่อยากให้คุณแม่ตั้งครรภ์แฝด ?

ข้อดีของการมีลูกแฝด

1.ข้อดีอย่างแรกก็คงหนีไม่พ้นความน่ารักและดูพิเศษกว่าเด็กทั่วไปที่จะเป็นเด็กน้อยที่มีความน่ารักและรูปร่างหน้าตาเหมือนกันมากกว่า 1 คน (ในกรณีของแฝดแท้) คุณแม่จะมีความสุขมากเวลาเห็นเด็กทั้งสองคนที่มีอายุเท่ากันเล่นด้วยกันหรือสื่อสารกัน ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนมารุมล้อมเล่นด้วย

2.พวกเขาจะเป็นเหมือนพี่ เหมือนน้อง เหมือนเพื่อนสนิท เป็นที่ปรึกษาในเวลาเดียวกัน แถมยังเป็นที่ระบายอารมณ์ที่ดีที่สุดอีกด้วย

3.พวกเขาสามารถแลกของใช้กันได้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ฯลฯ เพราะฝาแฝดส่วนมากจะมีความชอบอะไรที่เหมือน ๆ กันอยู่แล้ว จึงทำให้ประหยัดเงินไปได้เยอะ แต่ก็ใช่ว่าแฝดทุกคู่จะมีความชอบที่เหมือนกันเสมอไปนะครับ เพราะบางคู่ก็ต่างกันสุดขั้วไปเลยก็มี

ข้อเสียของการมีลูกแฝด

1.ความลำบากในการอุ้มท้อง ในช่วงไตรมาสที่ 2-3 ของการตั้งครรภ์ ท้องของคุณแม่ครรภ์แฝดจะมีขนาดโตขึ้นมาก เมื่ออายุครรภ์มากเข้าจะทำให้คุณแม่รู้สึกแน่นอึดอัด ไม่สะดวกสบาย หายใจไม่ค่อยออก แถมยังต้องมาแบกรับน้ำหนักที่มากขึ้น ทำให้คุณแม่บางคนแทบจะเดินไปไหนมาไหนไม่ไหวกันเลยก็มีครับ

2.ภาวะเสี่ยงในระหว่างการตั้งครรภ์ ขณะคลอด และหลังคลอด จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากการตั้งครรภ์เดี่ยว (ในหัวข้อถัดไป) ค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์จึงมีสูงขึ้น เพราะแพทย์ต้องนัดไปตรวจถี่กว่าคุณแม่ตั้งครรภ์เดี่ยว คุณแม่บางรายอาจต้องสูญเสียลูกไป 1 คน หรือเสียลูกไปทั้ง 2 คนจากการแท้งบุตรก็ได้ ตรงนี้ก็ต้องมาถามกันก่อนครับว่าถ้าเกิดเสียลูกไป 1 คนจะทำใจได้ไหม หรือจะสู้เอาชัวร์ตั้งครรภ์เดี่ยวจะดีกว่า

3.แฝดแท้หน้าเหมือนเกิดได้น้อย จากกระบวนการทำเด็กหลอดแก้วคุณแม่จะมีโอกาสได้ลูกที่เป็นแฝดแท้น้อยกว่าแฝดเทียมมาก (โอกาสที่จะได้แฝดแท้หน้าเหมือนมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น) หรือพูดง่าย ๆ ก็คือส่วนใหญ่จะได้แฝดที่มาจากไข่คนละใบ หน้าตาจึงไม่เหมือนซะทีเดียว แต่จะดูคล้ายเหมือนเป็นพี่น้องกันมากกว่า หรืออาจจะเป็นคนละเพศเลยก็ได้ครับ คุณแม่ที่คาดหวังว่าจะได้ลูกแฝดแท้หน้าเหมือนก็อาจจะเกิดความผิดหวังก็ได้ครับ

4.ปัญหาเรื่องการเลี้ยงดู การเลี้ยงลูกแฝดก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แค่เลี้ยงทีละคนคุณแม่ยังรู้สึกเหนื่อยแล้วครับ แถมยังยากกว่าการเลี้ยงเด็ก 2 คนที่เป็นพี่น้องกันมาก คุณแม่จะต้องมาคิดอีกว่าจะเลี้ยงลูกยังไงไม่ให้เขาทั้งสองรู้สึกว่าไม่ด้อยไปกว่ากัน เพราะปัญหาที่พบได้บ่อย ๆ ของเด็กแฝดก็คือพวกเขาอาจมีความรู้สึกว่าตนเองนั้นด้อยกว่า มักจะโดนเปรียบเทียบกันตลอด จึงอาจทำให้เกิดปัญหาการอิจฉาฝาแฝดของตนเองตามมา นอกจากนี้เวลาจะออกไปข้างนอกก็ต้องใช้รถเข็นถึง 2 คัน หรือคันเดียวแบบ 2 ที่นั่ง รวมไปถึงคาร์ซีทอีก ฯลฯ ถ้าคุณและครอบครัวพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาที่กล่าวมาก็ลองพยายามมีลูกแฝดกันต่อไปครับ

5.ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูจะต้องคูณสองคูณสามเข้าไปอีก ต้องถามว่าครอบครัวพร้อมไหมสำหรับการเลี้ยงดูเด็กแฝดทั้งสองคนพร้อมกัน ถ้ามีคนช่วยเลี้ยงก็ดีครับ แต่ถ้าต้องจ้างพี่เลี้ยงค่าใช้จ่ายมันจะขึ้นมากเลยทีเดียว เพราะการจะจ้างพี่เลี้ยงจากศูนย์ในกรณีของลูกแฝดจะต้องมีพี่เลี้ยง 2 คนครับ (จากประสบการณ์การจ้างพี่เลี้ยงแค่เฉพาะเงินเดือนก็เกือบ 2 หมื่นบาทแล้วครับ นี่ยังไม่รวมค่าข้าวรายวัน ค่าโอที และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก ซึ่งรวม ๆ แล้วการจ้างพี่เลี้ยง 1 คนก็มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนประมาณ 20,000-25,000 บาท ถ้ามีลูกแฝดกี่คนก็ลองคูณเข้าไปดูครับ) ถ้าสภาพทางการเงินของครอบครัวไม่มั่นคงจริงหรือไม่มีญาติพี่น้องคอยช่วยเลี้ยงเลย ผมว่าเป็นเรื่องที่หนักหนาเอาการเลยนะครับ

6.ต้องเสียสละเวลาความเป็นส่วนตัว คุณแม่หรือคุณพ่อจะต้องเสียสละเวลาส่วนตัวของตัวเองเกือบทั้งหมดไปกับการดูแลเด็กทั้ง 2 คน เพราะเด็ก ๆ ที่กิน เล่น หรือตื่นไม่พร้อมกันจะเท่ากับว่าคุณแม่ต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ เป็น 2 เท่าตลอด ไม่ว่าจะอาบน้ำ แต่งตัว การให้นม หรือการป้อนข้าว

สำหรับ 10 วิธีที่ทำให้คุณมีโอกาสได้น้องแฝดนั่นก็คือ 

ปัจจัยที่ทำให้ได้ลูกแฝด
1.กรรมพันธุ์ ถ้าคนในครอบครัวมีประวัติการตั้งครรภ์แฝด คุณแม่จะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดมากขึ้น (การถ่ายทอดทางพันธุกรรมของครรภ์แฝดนั้นจะมาจากทางฝ่ายแม่มากกว่าฝ่ายพ่อ)

2.เชื้อชาติ ถ้าคุณแม่เป็นชนชาติแอฟริกันจะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดได้มากกว่าคุณแม่ที่เป็นคนผิวขาวหรือคนผิวเหลือง (อัตราการเกิดครรภ์แฝดจะแตกต่างกันไปตามเชื้อชาติ ในคนผิวสีจะพบได้ประมาณ 1-4% ส่วนคนผิวขาวจะพบได้ประมาณ 0.7-1% และในคนผิวเหลืองอย่างเอเชียบ้านเราจะอยู่ที่ประมาณ 0.3% และเกือบทั้งหมดจะเป็นแฝดเทียมหรือแฝดต่างไข่ครับ)

3.จำนวนครรภ์หรือการตั้งครรภ์ หลัง ๆ คุณแม่ที่เคยคลอดบุตรมาแล้วหลายคนจะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดได้มากขึ้นเช่นกัน เพราะการตั้งครรภ์หลายครั้งจะทำให้ไข่มีโอกาสตกเยอะขึ้น

4.อายุของคุณแม่ในขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป จะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดมากกว่าการตั้งครรภ์ตอนอายุน้อย ๆ ถึง 4 เท่า (อุบัติการณ์สูงสุดจะอยู่ที่อายุ 35-39 ปี เนื่องมาจากการที่ไข่เหลือเก็บ ต้องถูกกระตุ้นมาก ร่างกายจึงหลั่งฮอร์โมน FSH ออกมาเยอะ ไข่จึงมีโอกาสตกครั้งละมากกว่า 1 ฟอง) แต่ไม่แนะนำให้คุณแม่มีลูกตอนอายุมาก ๆ นะครับ เพราะจะมีโอกาสเกิดภาวะเสี่ยงได้มากกว่าคุณแม่ที่มีอายุน้อยหลายเท่า

5.น้ำหนักและส่วนสูง บางข้อมูลระบุว่าคุณแม่ที่เป็นโรคอ้วน (มีน้ำหนักตัวหรือมีดัชนีมวลกายมากกว่า 30) และมีรูปร่างสูง จะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดมากขึ้น (ข้อมูลจากนิตยสาร Real Parenting)

6.รับประทานอาหารที่มีแคลเซียม ผลงานวิจัยของ ดร.แกรี่ สไตน์แมน ประจำศูนย์การแพทย์ที่เมืองลองไอแลนด์ มลรัฐนิวยอร์ก บอกว่าผู้หญิงที่ดื่มนมมากกว่าปกติ 5 เท่าจะมีโอกาสได้ลูกแฝดมากกว่าผู้หญิงที่เป็นมังสวิรัติที่ไม่บริโภคอาหารประเภทเนื้อเลยถึง 5 เท่า !! นอกจากนี้ผลการวิจัยยังสันนิษฐานด้วยว่าโปรตีนที่พบในตับของสัตว์เป็นปัจจัยของการมีลูกแฝด เพราะโปรตีนชนิดนี้มีองค์ประกอบการเติบโตคล้ายอินซูลิน เรียกว่า IGF ที่พบได้ในนมวัวและผลิตภัณฑ์ของสัตว์อื่น ๆ ซึ่งเป็นโปรตีนที่จะช่วยให้รังไข่มีปฏิกิริยาไวขึ้นและช่วยเพิ่มจำนวนไข่ให้มากขึ้น

7.การให้นมลูกอย่างต่อเนื่อง มีอีกหนึ่งงานวิจัยที่ระบุว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ให้นมลูกคนแรกอย่างต่อเนื่องจนถึงเวลาจะมีลูกในครรภ์ที่สอง จะมีโอกาสได้ลูกแฝดมากกว่าคุณแม่ที่ไม่ได้ให้นมลูก (ข้อมูลจากนิตยสาร Real Parenting)

8.กินยาคุมเกิน 3 ปีขึ้นไป เพราะเมื่อหยุดกินยาแล้วจะทำให้ไข่ตกมากขึ้น (ฤทธิ์ของยาจะไปกดฮอร์โมนใต้สมองทำให้ไข่ไม่ตก พอหยุดกินฮอร์โมนที่ถูกกดไว้จะถูกปลดปล่อยออกมา) จึงทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์แฝดได้มากขึ้น (แต่หลาย ๆ คนที่อยากมีลูกเร็ว ๆ คงจะทำวิธีนี้ไม่ได้)

9.ทานให้มาก ผู้หญิงที่กินเยอะ ๆ จะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดได้มากกว่า เนื่องจากร่างกายมีความสมบูรณ์มากกว่า (แต่ก็ไม่แนะนำอยู่ดีครับ เพราะถ้าอ้วนขึ้นมาจะส่งผลเสียต่อลูกในท้องได้ครับ)

10.รับประทานกรดโฟลิก มีงานวิจัยจากประเทศออสเตรเลียที่พบว่า กรดโฟลิกมีส่วนช่วยให้เกิดการตั้งครรภ์แฝดมากขึ้น แต่งานวิจัยนี้ยังมีนักวิจัยอื่น ๆ แย้งว่าเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ยาก อย่างไรก็ตามการกินกรดโฟลิกก็เป็นเรื่องจำเป็นอยู่แล้วก่อนการตั้งครรภ์ (ข้อมูลจากนิตยสาร Real Parenting)

ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

Share.

Leave A Reply