ไม้สักไทย เป็นไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ และเป็นไม้อีกหนึ่งประเภทมีราคาแพงมากในตลาดโลก อีกทั้งอุตสาหกรรมแปรรูปและเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก ประเทศไทยยังเป็นผู้นำ อันดับ 1 ของเอเชีย


ไม้สักธรรมชาติและสวนป่าของพม่าที่ผลิตออกมาได้ ประเทศไทยเป็นผู้ซื้อ อันดับ 1 เฉลี่ยปีละ 150,000-200,000 ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ เนื่องจากโรงงานไม้สักในประเทศไทยออกแบบไว้สำหรับไม้ขนาดใหญ่จากธรรมชาติ

 

เกษตรกรที่ปลูกไม้สัก จำเป็นต้องจัดการ-บำรุงสวนสัก ให้ถูกหลักวิชาวนวัฒนวิทยาและพืชสวน จึงจะสามารถผลิตไม้สักขนาดโต 110 เซนติเมตร ความยาวซุงท่อนแรก 6.50 เมตร ในอายุ 15-16 ปี ได้

จึงอาจกล่าวได้ว่าเกษตรกรไทยนั้นเก่งที่สุดในโลก เพราะผลิตสินค้าล้นตลาดจนราคาตกต่ำทุกชนิด ยกเว้นแต่ไม้สักเท่านั้น!!

ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและไม้สักในสวนป่า  ไม้สักในสวนป่าของเกษตรกรจะเจริญเติบโตดีมากแค่ไหน ขึ้นกับปัจจัย 3 ประการ คือ

1. คุณภาพ ดิน ฟ้า อากาศ ของพื้นที่ปลูก

2. กรรมพันธุ์ของต้นสักที่ใช้ปลูก

3. การจัดการดูแลสวนสักที่เหมาะสม

การเจริญเติบโตของไม้สักในธรรมชาติและสวนป่า จะเจริญเติบโตได้ดีมากๆนั้น ได้มีผู้ศึกษาและรายงานไว้ ดังนี้

1. ต้นสักจะเจริญเติบโตได้ดีในลักษณะพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาด เป็นหุบเขาถึงเนินเขา  บริเวณไหล่เขา ริมฝั่งน้ำและริมตลิ่ง ซึ่งน้ำไม่ท่วมขังก็ขึ้นได้ดี (ดินทรายจัด ดินเหนียว ดินลูกรัง จะเจริญเติบโตไม่ดี)

2. ไม้สักจะเจริญเติบโตดี ในดินที่มีความร่วนซุยและชุ่มชื้นดี ได้แก่ ดินร่วนปนทราย ถึงดินร่วนเหนียวปนทราย  ซึ่งมีการระบายน้ำดีและดินลึก

3. ไม้สักเจริญเติบโตได้ดี ในดินที่มีสภาพเป็นกลางหรือด่างเล็กน้อย โดยมีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ระหว่าง 6.5-7.5 ปริมาณน้ำฝนที่พอเหมาะต่อการเจริญเติบโตและคุณภาพเนื้อไม้  มีฤดูแล้งสลับกับฤดูฝนทำให้มีเนื้อไม้ มีลวดลายวงปีชัดเจน ระดับความสูงของพื้นที่ไม่เกิน 700 เมตร จากระดับน้ำทะเล

4. ปริมาณไนโตรเจน ความลึกของดินและปริมาณน้ำฝน เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเจริญเติบโตของไม้สักที่ปลูก

จากข้อมูล ข้อ 1-4 แสดงว่าต้นสักจะเจริญเติบโตดี ต้องอาศัยปุ๋ย น้ำ และการป้องกันโรคแมลง ให้ใบสามารถสังเคราะห์แสงได้สูงสุดในทุกๆ ปี

ดังนั้น เกษตรกรที่ปลูกต้นสักจะต้องดูแลสวนสักเหมือนสวนผลไม้ ให้น้ำ-ปุ๋ย และป้องกันโรคแมลงทุกปี ต้นไม้สักจึงจะเติบโตเร็วและขายได้ราคาแพง

 

ซึ่งลองคำนวณมูลค่าไม้ต่อไร่ โดยใช้ราคาไม้ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จะมีมูลค่าดังต่อไปนี้

ก. ปลูกโดยกล้าจากเมล็ดทั่วไป  ไม้สักสูงเฉลี่ย 30.08 เมตร ความโตเฉลี่ย 35.29 เซนติเมตร ปริมาตรต่อท่อน 0.61 ลูกบาศก์เมตร ปริมาตรต่อไร่ 15.29 ลูกบาศก์เมตร มูลค่า 346,928 บาท ต่อไร่

ข. ปลูกด้วยกล้าสักพันธุ์ดีจากเนื้อเยื่อ  ไม้สักสูงเฉลี่ย 35.36 เมตร ความโตเฉลี่ย 41.12 เซนติเมตร ปริมาตรต่อท่อน 0.82 ลูกบาศก์เมตร ปริมาตรต่อไร่ 20.46 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่า 513,524 บาท ต่อไร่ หรือราคาเฉลี่ย 20,524 บาท ต่อต้น

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ถ้าหากเกษตรกรของไทยสามารถปลูกไม้สักพันธุ์ดี และสามารถดูแลได้แบบสวนผลไม้ หรือสวนยางพารานั้น จะทำให้เกษตรกรของไทยนั้นมีโอกาสร่ำรวย และหลุดพ้นหนี้สินอย่างแน่นอน

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก sentangsedtee.com

 

สปอนเซอร์

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here