‘มะละกอ’ นับว่าเป็นผักที่ใครๆ หลายคนชอบกันอย่างปฏิเสธไม่ได้เลยทีเดียวเลยนะครับ โดยเฉพาะสาวๆ คงชอบกันอย่างมาก สำหรับเมนู “ส้มตำ”

วันนี้เราจึงจะพาไปชมวิธีการปลูกมะละกอแบบมืออาชีพกันครับ และหลายๆ คนยังไม่ทราบว่าในการปลูกมะละกอให้มีต้นเตี้ย ลูกดก ได้ผลผลิตงาม  และยังเก็บผลผลิตได้ง่าย ทำอย่างไรบ้าง

เราจึงได้รวบรวมวิธีการต่างๆ ที่จะได้มะละกอต้นเตี้ย ลูกดก ผลผลิตงามมาให้ลองศึกษากัน จะมีวิธีการอย่างไรบ้างนั้น ลองไปชมกันเลยครับ

1. การเพาะมะละกอ

หลังจากได้เมล็ดมาแล้วยังใหม่สด ไม่จำเป็นต้องตากให้แห้ง ถ้าไม่ต้องการเก็บ การเพาะเมล็ดให้แช่น้ำ  ล้างเมือกออก ใช้มือขยำเอา เมือกจะหลุดไปเอง  (เหตุที่ต้องล้างเมือกออก เพราะเมื่อเพาะและรดน้ำ มีความชื้น เมือกจะเกิดราทำให้เมล็ดเน่าได้  นี่คือสาเหตุว่าทำไมเพาะมะละกอ ยากจัง)

การแช่น้ำ ให้แช่สามคืน  เปลี่ยนน้ำทุกวัน  ในการเปลื่ยนน้ำ ถือโอกาส ล้างเมือกออกไปด้วย  หลังจากนั้น  นำลงถุงเพาะได้เลย หรือลงกะบะเพาะ ก็ตามสะดวก

 

2. เทคนิคแปลงเพศมะละกอ

เทคนิคนี้ถือว่าได้ผลครับ แต่ไม่ 100 % ครับ จากที่ลองทดลองปลูก 30 ต้น พบว่าเป็นต้นกระเทย 28 ต้น เป็นตัวเมีย 2 ต้น ซึ่งก็ถือว่าโอเคในระดับหนึ่ง

วิธีทำ

1. ย้ายกล้ามะละกอจากแปลงเพาะ ควรรดน้ำต้นกล้าให้ชุ่ม

2. ให้ตัดรากแก้วของกล้ามะละกอออกประมาณ 2 ข้อนิ้วมือหรือประมาณ 5 เซนติเมตร ซึ่งวัดจากปลายรากขึ้นไป

3. นำต้นมะละกอลงปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ ควรวางต้นมะละกอเอียง 30 -45 องศา หันไปทางทิศตะวันออก เพื่อให้รับได้รับแสง

ขั้นตอนการเตรียมดินและปลูกมะละกอ

เราจะเตรียมดินโดยการไถ ทำการตากดินไว้ประมาณ 5 วัน ขุดหลุมลึกประมาณ 30ซม.ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 2.5X 2.5 เมตร 1 ไร่ จะปลูกได้ ราว 250 ต้น และรองก้นหลุมด้วยแกลบดำปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์

การขุดหลุม จะขุดลึก 30×30 ซ.ม แล้วใช้แกลบดำผสมปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกรองก้นหลุม หลุมละ 5 กิโล 1:1:1

ข้อดีของแกลบดำ

1.มีแร่ธาตุโปตัสเซียมและแคลเซียม

2.มีรูมากมายซึ่งจะเป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์

3.เมื่อนำไปคลุมดินหรือนำไปผสมกับอินทรีย์วัตถุอย่างอื่น ช่วยลดความร้อนที่เกิดขึ้นเนื่องจากผ่านการย่อยสลาย

4.ช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่หน้าดิน แกลบดำ เก็บความชื้นได้ดี สะอาด ไม่เป็นกรด นิยมใช้แกลบดำผสมในดินเพาะปลูกพืช เนื่องจากว่าจะช่วยเก็บความชื้นในดินและเนื่องจากว่าเป็นแกลบที่สะอาดเพราะผ่านการเผามาแล้วจึงช่วยลดปัญหาการติดโรคของพืชได้

**คำแนะนำ** ไม่ควรเอาแกลบดิบรองก้นหลุมเพราะมีธาตุชิส์กอนที่ยังไม่ย่อยสลาย ซึ่งจะเป็นตัวดึงก๊าซออกซิเจนและไนโตรเจน ที่มีอยู่ในอากาศไปใช้ในการย่อยสลาย ซึ่งก็คือการแย่งอาหารจากต้นพืชผักของเรานั่นเอง

ฉะนั้น จึงไม่แนะนำให้เอาแกลบดิบเป็น ส่วนผสมรองพืชก้นหลุม หรือผสมกับวัตถุอินทรีย์ชนิดอื่น เพื่อปลูกต้นไม้ และไม่ควรเอาขี้เถ้ารองก้นหลุม เพราะในขี้เถ้ามีความเป็นด่าง ทำให้พืชต้นแคระแกรนไม่เจริญเติบโต

 

3. วิธีโน้มต้นมะละกอ

มะละกอโน้มต้น เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนปลูกมะละกอ ต้นเตี้ย ดก และเก็บง่าย ลดการปะทะกับแรงลม

วิธีการคือ ให้ปลูกหลุมละ 2 ต้น

  • หลังจากคัดดอกแล้วตัดให้เหลือ 1 ต้นต่อ 1 หลุม
  • นับจากยอดลงมาประมาณปล้องที่ 4 – 5 จากยอด ใช้เชือกฝางมัดแล้วดึงให้ต้นมะละกอเอียงประมาณ 45 องศา แล้วมัดติดกับหลักไม้
  • ปล่อยไว้ประมาณเดือน 4 – 5 มะละกอก็จะเริ่มตั้งต้นขึ้นเองตามธรรมชาติ

4. วิธีการคัดเลือกดอก

การคัดดอกกะเทย(ลูกยาว) อย่างมืออาชีพ เนื่องจากหลายคนยังสับสนว่าจะดูดอกอย่างไร ระหว่างดอกตัวเมีย ลูกกลม กับดอกกะเทย ลูกยาว

ชาวสวนมะละกอทั่วไปจะดู ต้องให้เห็นดอกชัดเจนซึ่งจะต้องเสียเวลาประมาณเดือนที่ 3-4 ถึงจะเห็นชัดเจนและมีโอกาสพลาดได้

  • ซ้าย คือ ดอกกะเทย ลูกยาว รูปร่างคล้ายขวดน้ำปลา
  • ขวา คือ ดอกตัวเมีย ลูกกลม รูปร่างอวบอ้วนวงรี

**ดอกกะเทยลูกยาว ตลาดต้องการ ราคาสูง**

แต่ชาวสวนต้องดูดอก โดยการฉีกดอกออกดู ซึ่งจะพบว่าภายในกลีบดอกจะมีก้านยาวๆอยู่หลายก้านล้อมรอบรังไข่กลมๆอยู่ โดยปลายก้านจะมีสีเหลืองๆติดอยู่ แบบนี้จะเห็นได้เร็วภายในเดือนที่ 2 ก็เห็นดอกแล้วและสามารถคัดเลือกต้นได้แล้ว

ดอกตัวเมีย ลูกกลม รูปร่างอวบอ้วนวงรี ถ้าปลูกเพื่อขายให้ตัดทิ้งได้เลย  แต่ถ้าจะปลูกเพื่อไว้กินเองก็ไม่ต้องตัด

ดอกตัวเมีย ลูกกลม เมื่อฉีกกลีบดอกออกจะพบว่ามีลักษณะกลมอวบรี ซึ่งจะมีแต่รังไข่ ไม่มีก้านปลายสีเหลือง  **ลูกกลม ตลาดไม่ต้องการ ราคาไม่ดี**

 

5. วิธีทำสาวมะละกอ

หลายคนยังไม่ทราบว่า ในการทำสาวต้นมะละกอมีข้อดีหลายประการ อาทิ ได้ลักษณะและคุณภาพผลเหมือนต้นแม่พันธุ์เดิม ไม่ต้องปลูกมะละกอใหม่ทุกปี ช่วยให้เก็บผลผลิตได้ง่าย เนื่องจากต้นมะละกอจะเตี้ยเหมือนกับเริ่มต้นปลูกใหม่ซึ่งจะส่งผลในเรื่องการจัดการแปลง มีส่วนลดการระบาดของโรคและแมลงได้ เกษตรกรตัดต้นมะละกอทำสาวทุกปีจะตัดวงจรโรคและแมลงได้

ที่สำคัญพบว่าต้นมะละกอที่มีการทำสาวทุกปีจะมีการติดดกเหมือนกับต้นมะละกอปลูกใหม่ซึ่งผิดกับต้นมะละกอที่ไม่เคยทำสาวเลยจะมีการออกดอกและติดผลน้อยลง

 

สำหรับเกษตรกรที่ปลูกมะละกอในเชิงพาณิชย์หรือเพื่อขาย จะสามารถกำหนดผลผลิตด้วยวิธีการทำสาว กำหนดให้ต้นมะละกอออกผลขายได้ในช่วงฤดูแล้ง ตั้งแต่เดือนมกราคมเรื่อยมาจนถึงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งราคามะละกอดิบเพื่อใช้ส้มตำในช่วงเวลาดังกล่าวจะเฉลี่ยสูงถึงกิโลกรัมละ 8-15 บาท

วิธีการ

เมื่อเกษตรกรได้เก็บผลผลิตมะละกอรุ่นแรกไปแล้ว (คอแรก) ควรจะทำสาวด้วยการตัดต้นมะละกอ แล้วเลี้ยงยอดใหม่ ซึ่งหลังจากตัดต้นไปแล้วเพียง 3 เดือน ยอดใหม่ที่แตกออกมาจะเริ่มออกดอกและติดผลตรงตามสายพันธุ์เดิมและเก็บผลมะละกอดิบได้ในเดือนที่ 4 หลังจากตัดต้น

เทคนิคในการทำสาวให้ตัดต้นมะละกอให้สูงจากพื้นดินประมาณ 50 เซนติเมตร (เผื่อลำต้นมะละกอจะต้องผุเปื่อยเน่าลงมาอีกประมาณ 1 คืบ)

แต่มีเกษตรกรหลายรายมักจะเข้าใจผิด ด้วยการเอาถุงพลาสติกมาครอบต้นส่วนที่ตัดเพื่อป้องกันไม่ให้ต้นเน่า วิธีการนี้ไม่ถูกต้อง การเอาถุงพลาสติกมาคลุมรอยแผลที่ตัดจะมีผลทำให้ลำต้นเน่ามากกว่า เนื่องจากน้ำที่ระเหยจากลำต้นจะไปเกาะติดที่พลาสติกจนขังเต็มอยู่ในลำต้น ไม่มีที่ระบายน้ำออกส่งผลให้ลำต้นเน่าในที่สุด

แต่ถ้าปล่อยไว้ตามธรรมชาติถึงแม้จะมีฝนตกจนมีน้ำขัง น้ำจะแห้งหรือระเหยไปเองเพราะแผลจะโดนแดดโดยตรง แต่เกษตรกรจะต้องช่วยเจาะรูให้น้ำมีทางระบายออกจากลำต้นด้วย

หลังจากตัดต้นมะละกอเพื่อทำสาวเสร็จเกษตรกรจะต้องใส่ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ เช่น 16-16-16 หรือสูตรตัวหน้าสูง เช่น 32-10-10 และใส่ปุ๋ยคอกเก่าร่วมด้วย มีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ

หลังจากนั้นจะมียอดมะละกอแตกออกมาใหม่หลายยอด ให้คัดเลือกยอดที่สมบูรณ์ที่สุดเหลือไว้เพียงยอดเดียวเท่านั้นเพื่อไม่ให้ยอดเจริญแข่งกัน

กิ่งที่เราไม่ต้องการให้ทำการการตอน เพื่อนำไปปลูกเป็นมะละกอต้นเตี๊ยต่อไป

ข้อควรระวัง ห้ามใส่ปุ๋ยมาก หรือใส่บ่อยเกินไปเพราะจะทำให้รากและโคนเน่า ถ้าไม่เน่าก็จะทำให้ต้นมะละกออ่อนแอเกิดโรคใบหงิกได้ง่าย หรือเกิดโรคใบเหลืองและตายได้

 

ซึ่งวิธีการเหล่านี้ที่นำมาให้ศึกษากัน เป็นวิธีที่จะทำให้ได้มะละกอต้นเตี้ยตามที่ท่านต้องการ การเก็บเกี่ยวมะละกอ ถ้าเก็บผลดิบสามารถเก็บได้หลังปลูกประมาณ 5-6 เดือน แต่ถ้าเก็บผลสุกหลังจากปลูกประมาณ 8-10 เดือน ถึงสามาถเก็บเกี่ยวได้

ให้เลือกเก็บเกี่ยวผลที่กำลังเริ่มสุกมีสีแต้มสีส้มปนเขียวนิดๆ ผลยังไม่นิ่ม เก็บผลขายได้ทุกสัปดาห์ ไปจน 3 ปี ต้นมะละกอจึงจะหมดอายุ ไม่สามารถให้ผลผลิตได้ ต้องตัดทิ้ง ปลูกใหม่

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here