ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “คุณหญิง ฉัตรเพชรฯ” โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของลูกน้อยที่ป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล พร้อมระบุว่า

อ่านให้จบ ดูรูปให้หมดนะคะ (โรค 4S) โรคที่ไม่เคยได้ยิน โรคที่ไม่คุ้นหู โรคที่โหดร้ายมากๆ ภัยมืดที่ถูกมองข้าม

ประสบการณ์จริง เลยอยากแชร์เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้เพื่อนๆ หรือคุณแม่มือใหม่ได้อ่านกันนะคะ บอกเลยมันเป็นโรคร้ายแรงมากที่สุด ที่เคยพบเจอมามันทำร้ายจิตใจของคนเป็นแม่มากเมื่อลูกร้องดิ้นทุรนทุราย ปวดแสบปวดร้อนแสบไหม้ด้วยความเจ็บปวด

หนูชื่อน้องไพลินอายุ 5 เดือน 5 วัน ป่วยเข้านอน รพ.เป็นวันที่ 3 แล้วค่ะ หนูอยู่กับความเจ็บปวดนี้มา 4 วัน 5 คืนแล้วค่ะ

อาการของหนูเริ่มด้วยอาการแดงที่เบ้าตา 2 ข้าง รอบปาก ร้องงอแง ไม่ยอมนอนร้องกวนทั้งคืน หลังจากนั้นไม่นานตาบวมจนเกือบจะมิด แม่เลยพาไปหาหมอที่คลินิก

หมอบอกว่าไม่มีอะไรน่าจะแพ้สารเคมี เช่น แป้ง ผงซักฟอก ให้ยาแก้ผื่นคันมาทานที่บ้าน คืนนั้นหนูร้องกวนหนักกว่าเดิม งอแงร้องดิ้นเหมือนคนถูกน้ำร้อนลวก จับตัวไม่ได้ อุ้มก็ไม่ได้ ตัวแดง หนังแดงบวมเป่งทั้งตัว

รุ่งเช้าแม่เลยพาหนูไปหาหมออีกครั้ง หนูร้องเจ็บปวดเหมือน รพ.จะแตก แม่สังเกตเห็นหนูหนังที่แดงเริ่มปริออก เหมือนคนถูกน้ำร้อนลวกแล้วหนังหลุดลอก

จากที่หูก่อน ระหว่างนั้นก็สังเกตดูที่คอหนู หนังที่แดงก็เริ่มมีจุดเล็กๆเหลืองเต็มไปหมด หลังจากนั้นไม่นานมันแตกหนังหลุดลอกติดมากับผ้า หนูร้องดิ้นปานจะขาดใจร้องโวยวาย แม่ก็หัวใจจะขาดเมื่อเห็นลูกร้อง

สักพักหมอตรวจก็บอกว่าให้แอดมิท น้องติดเชื้อทางผิวหนังอย่างรุนแรง ต้องให้ยาปฏิชีวนะ ถ้าไม่ทันน้องอาจติดเชื้อเข้ากระแสเลือด ถึงชีวิตได้นะคะ

หนังน้องจะหลุดลอกทั้งตัว แม่หนูยืนงง ทำตัวไม่ถูก หลังจากนั้นไม่กี่ชม. หนังหนูก็หลุดลอกเรื่อยๆเหมือนดักแด้ โดยเฉพาะที่ใบหน้า หู คอ รักแร้ รอบตา รอบปาก และอวัยวะเพศ และวันนี้ก็ยังหลุดลอกอยู่

แต่ก็อาการดีขึ้น แต่ต้องระวังแผลติดเชื้อทางผิวหนัง ต้องทำความสะอาดผิวหนังที่หลุดลอกด้วยน้ำเกลือราด และเช็ดทำความสะอาด 3 เวลา แต่หนูใจสู้มากค่ะ

หมอบอกว่าถ้าเชื้อหมดหนูจะกลับมาสวยใสเหมือนเดิม แต่ต้องรอระยะเวลาเชื้อของมันครบอายุ หมอ บอกว่าหนูเป็น “โรค ssss” จะเป็นกับเด็กทารก ถึง 5 ขวบ มันสอนให้เรารู้ว่าเรื่องเล็กๆอย่ามองข้าม ความสะอาดของลูกน้อยสำคัญที่สุด อย่าให้ใครอุ้ม อย่าให้ใครหอม บอกเลยวันนี้จำจนวันตาย“โรค4S” โรคอุบาทว์

 

โรค 4S คืออะไร เป็นแล้วอันตรายมั้ย?

Staphylococcal scalded skin syndrome (SSSS) เป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยในทารกแรกเกิดหรือเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี สาเหตุเกิดจาก toxin ของเชื้อแบคทีเรีย S.aureus phage group II phage type 71 หรือ 55 เมื่อมีการติดเชื้อที่ผิวหนัง

เชื้อจะปล่อยทอกซินเข้าไปในกระแสเลือด ทำให้เกิดการอักเสบและแยกชั้นของผิวหนังบริเวณหนังกำพร้า พบบ่อยในเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี เนื่องจากไตไม่สามารถกำจัดทอกซินได้

อาการที่พบ
จะมีไข้ ร้องกวน ผิวหนังแดงทั่วตัว โดยเฉพาะที่ตาและรอบปาก เยื่อบุจมูกและลำคอ ผิวหนังแดงทั่วตัว เวลาจับจะร้องเจ็บ หลังจากนั้นใน 24 – 48 ชั่วโมงต่อมา จะพบมีตุ่มน้ำทั้งตัว

โดยเฉพาะบริเวณซอกพับ ถ้าถูบริเวณผิวหนังจะมีการลอกหลุดได้ง่าย หรือที่เรียกว่า Nikosky’s sign positive ส่วนใหญ่จะทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวล เนื่องจากผิวหนังลอกหลุดไปเกือบทั่วทั้งตัว ดูคล้ายๆกับลูกถูกน้ำร้อนลวก

S. aureus เป็นเชื้อที่มีความสามารถในการก่อโรคได้รุนแรงที่สุดใน genus Staphylococci เป็นแบคทีเรียทรงกลม ติดสีกรัมบวก อยู่เดี่ยวๆ เป็นคู่ เป็นสาย ( Staphylococcus มาจากคำในภาษากรีก แปลว่า พวงองุ่น)

ลักษณะที่สำคัญของการติดเชื้อ
S. aureus อาจเกิดได้ตั้งแต่อวัยวะชั้นตื้นๆ เช่น ผิวหนัง ชั้นใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลือง หรืออวัยวะที่ลึกลงไป เช่น กระดูกและข้อ ไต ตับ เชื้ออาจจะสามารถหลุดเข้าสู่ระบบเลือดหรือแพร่กระจายทางเลือดโดยตรง ทำให้เกิดโรคที่อวัยวะต่างๆ เช่น กระดูก ปอด และลิ้นหัวใจ

จากการวิจัยพบว่า
เชื้อ S. aureus เป็นสาเหตุอันดับ 3 ของการติดเชื้อในกระเเสเลือด โดยพบได้ในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ พบอัตราการเสียชีวิตจากเชื้อนี้ได้ร้อยละ 26 จากการรักษาช้า เชื้อดื้อยา และจากการติดเชื้อที่รุนแรงโดยเชื้อแพร่กระจายเข้ากระเเสเลือด

โรคนี้ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล และให้ยาปฏิชีวนะชนิดฉีดคลุมเชื้อแบคทีเรีย S.aureus ระวังปัญหาการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ทางผิวหนัง รวมทั้งให้ยาทาผิวหนัง ส่วนใหญ่ผิวหนังจะหายเป็นปกติภายใน 1 สัปดาห์ โดยไม่มีแผลเป็น

สิ่งสำคัญสำหรับการควบคุมการแพร่กระจายของ S. aureus คือการป้องกัน เนื่องจากติดเชื้อจากการสัมผัสโดยทางตรงและทางอ้อม ดังนั้นการล้างมือบ่อยๆจะช่วยลดการแพร่เชื้อได้

***ปัจจุบันยังไม่วัคซีนป้องกันการติดเชื้อสแตฟฟิลโลคอคคัส***

ที่มา คุณหญิง ฉัตรเพชรฯ, ข่าวชาวบ้าน
บทความโดย แพทย์หญิงฐิตาภรณ์ วรรณประเสริฐ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here