อุบัติเหตุทางรถยนต์นั้น เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะเสียทั้งเงินซ่อมรถแล้ว ยังเสียทั้งเวลาอีกด้วย และหากรถยนต์ที่คุณใช้อยู่ทุกวันนั้นต้องทำการซ่อมแซม (เนื่องจากอุบัติเหตุแล้วคุณเป็นฝ่ายถูก) คุณจึงจำเป็นต้องใช้บริการรถสาธารณะเพื่อใช้เดินทางในชีวิตประจำวันแทน

ซึ่งคุณรู้หรือไม่ว่าค่าใช้จ่าย รวมถึงค่าเสียเวลา ที่ใช้ในการเดินทางโดยรถสาธารณะที่ว่านั้น คุณสามารถเรียกเก็บจากประกันได้เหมือนกันนะคะ แต่เป็นประกันของทางคู่กรณี หรือที่เรียกกันว่า ค่าขาดประโยชน์

ค่าขาดประโยชน์ คืออะไร?
ค่าขาดประโยชน์ คือ ค่าชดเชยที่บริษัทประกันจะต้องจ่ายให้กับคุณ ในระหว่างที่รถคุณซ่อมอยู่ แล้วทำให้คุณต้องเสียค่าเดินทางในชีวิตประจำวัน ซึ่งแบบนี้คุณก็สามารถเบิกค่าขาดประโยชน์ได้ค่ะ แต่เฉพาะในกรณีที่คุณนั้นเป็นฝ่ายถูกเท่านั้น นะคะ โดยคุณสามารถเบิกได้กับบริษัทประกันของคู่กรณีค่ะ

อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว ก็จะนำรถของตัวเองเข้าซ่อมที่อู่ของทางประกันทันที ซึ่งส่วนมากมักจะลืมหรือไม่รู้ ว่าคุณนั้นสามารถเบิกเงินในส่วนของค่าขาดประโยชน์จากการไม่มีรถยนต์ใช้ได้ และในการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์นั้น คุณจะต้องเป็นคนดำเนินการยื่นเรื่องเอง จะให้ทางประกันของคุณยื่นเรื่องให้ไม่ได้ เพราะทางบริษัทประกันภัยของคุณมีหน้าที่รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุเท่านั้นค่ะ

สิ่งที่ควรทำก่อนการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์

1. หลังจากรถเกิดอุบัติเหตุ ให้คุณโทรศัพท์แจ้งบริษัทประกัน แล้วถ่ายรูปภาพสภาพของตัวรถทั้งของคุณของคู่กรณี รวมไปถึง ใบเคลมประกันของทางคู่กรณี ที่ระบุว่าเป็นของบริษัทไหน รวมถึงเบอร์โทรศัพท์ติดต่อด้วยค่ะ

2. นำใบเคลมประกันของคุณ พร้อมกับรถเข้าไปซ่อมที่ศูนย์หรืออู่ในเครือ และควรทำสำเนาเอกสารไว้ด้วย

3. เมื่อรถซ่อมเสร็จแล้ว ควรมีการขอสำเนาเอกสารรายการซ่อม พร้อมทั้งใบรับ-ส่งรถ ที่มีวันที่ชัดเจนค่ะ

 

ขั้นตอนในการเรียกค่าขาดประโยชน์

โทรศัพท์แจ้งบริษัทประกันของคู่กรณี เพื่อยื่นเรื่องเรียกค่าสินไหมชดเชย หรือค่าขาดประโยชน์จากการไม่มีรถใช้ระหว่างซ่อม โดย Fax หรือส่งเอกสารต่าง ๆ ให้กับบริษัทประกันของคู่กรณี เช่น สำเนาใบเคลม สำเนาใบแจ้งซ่อม สำเนาใบรับรถจากทางอู่ รูปรถของเราที่เกิดอุบัติเหตุ สำเนาทะเบียนรถ สำเนาใบขับขี่ สำเนาบัตรประชาชน และหนังสือเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ โดยต้องไม่ลืมที่จะทำสำเนาเก็บเอาไว้กับคุณด้วย 1 ชุดนะคะ

ซึ่งเมื่อคุณทำการยื่นเอกสารแล้ว เจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันของคู่กรณีจะติดต่อกลับมา เพื่อต่อรองค่าขาดประโยชน์ และเมื่อทำการตกลงกันได้แล้ว ประมาณ 7 วันก็จะได้รับค่าขาดประโยชน์ตามที่ตกลงกันไว้ค่ะ แต่ถ้าหากบริษัทประกันของคู่กรณีบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมที่จะจ่ายค่าขาดประโยชน์ หรือตกลงค่าขาดประโยชน์กับทางบริษัทประกันของคู่กรณีไม่ได้ คุณก็สามารถส่งเรื่องฟ้องต่อไปยัง คปภ. ให้ช่วยดำเนินการให้ได้ค่ะ

เอกสารที่ใช้ในการขอสินไหมค่าขาดประโยชน์

1. สำเนาใบเคลม

2. สำเนาใบรับรถ(จากอู่ที่ซ่อมรถ ซึ่งเขาจะต้องลงวันที่ว่ารับรถวันไหน)

3. สำเนาทะเบียนรถ (เพื่อเป็นการแสดงว่า ใครเป็นเจ้าของรถ ถ้ารถติดไฟแนนซ์ ต้องมีสำเนาสัญญาไฟแนนซ์ด้วย)

4. สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถ

5. ใบมอบอำนาจ (ถ้าไม่ได้ไปเอง แต่ถ้าไปเองก็ไม่ต้องใช้)

6. ใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ไม่มีรถใช้ เช่น ค่าเช่ารถ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร บอกว่าขึ้นแท๊กซี่เอา

7. จดหมายขอค่าขาดประโยชน์ ตัวอย่างดังนี้…..

 

ตัวอย่างหนังสือเรียกร้องค่าขาดประโยชน์

ข้าพเจ้า xxxxxx เจ้าของรถ xxxx (ยี่ห้อ รุ่น รุ่นย่อย ปี) ทะเบียน xxxx กทม ถูกรถยนต์ที่ขับโดยคุณ xxxxxx ยี่ห้อ xxxxx (ยี่ห้อ รุ่น รุ่นย่อย ปี) ทะเบียน xxxx กทม ชนท้าย ณ บริเวณ xxxx เมื่อวันที่ xxxxx ทำให้รถของข้าพเจ้ามีความเสียหายคือ

รายละเอียดความเสียหายต่าง ๆ

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้รถของข้าพเจ้ามีความเสียหายดังนี้

1. กันชนหลังบุบและฉีก

2. ฝาปิดท้ายบุบบี้

3. บังโคลนหลังซ้ายขวาบุบ

4. แผงท้ายบุบ

5. ไฟท้ายซ้ายขวาแตก

6. ไฟทับทิมซ้ายขวาแตก

7. ท่อไอเสียแตก

ข้าพเจ้าจึงได้นำรถเข้าซ่อมที่ศูนย์ xxx สาขา xxx ในวันที่ xxxx ซ่อมแล้วเสร็จ วันที่ xxxxx เป็นเวลา xx วัน ข้าพเจ้ามีอาชีพ xxxxxx ทั่วกรุงเทพปริมณฑล และจำเป็นต้องใช้รถทุกวันราว xxx กม./วัน เมื่อรถซ่อมอยุ่ในอู่ ทำให้ต้องใช้บรการแท๊กซี่ไปทำงานแทน ซึ่งทำให้ไม่สะดวกในการเดินทางเและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นป็นอย่างมาก

จึงขอเรียกสินไหมดังนี้
1. ค่าขาดผลประโยชน์จากการใช้รถ xxxx บาทต่อวัน เป็นระยะเวลา 28 วัน รวม xxxxx บาท
2. ค่าเสื่อมสภาพรถจากอุบัติเหตุ xxxxx บาท
รวมทั้งสิ้น xxxxx บาท

ข้าพเจ้าจึงใคร่ขอทางบริษัท xxxxxx ประกันภัย จำกัด พิจารณาค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ของข้าพเจ้าจากหนังสือฉบับนี้ด้วย

ขอแสดงความนับถือ
(ชื่อ – สกุล)

เห็นไหมคะว่าเมื่อรถคุณถูกชน คุณก็สามารถเรียกร้องค่าชดชเยจากประกันของคู่กรณีได้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่บริษัทประกันไม่เคยบอกคุณว่าคุณมีสิทธิ์ตรงนี้ เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว หากเกิดเหตุเมื่อใดคุณต้องไม่ลืมที่จะรักษาสิทธิ์ของคุณตรงนี้ด้วยนะคะ หวังว่าบทความนี้คงจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกๆคนนะคะ

ที่มา moneyguru

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here