เรื่องนี้อยากจะแชร์ประสบการณ์ให้คนอื่นได้เห็นเรื่องจริงที่เจอกับตัวเอง และเกิดขึ้นจริงในสังคมไทยสมัยนี้

นึกถึงตัวเองสมัยที่มาทำงานในเมืองกรุงใหม่ๆ ตอนนั้นมีเงินเดือน แต่ไม่รู้จักคุณค่าของเงินที่หามาได้ ใช่ ตอนนั้นผมไม่รู้จักคุณค่าความเหนื่อยยากของ ตัวเองเลยซักนิด หาความสุขใส่ตัว ซื้อของฟุ่มเฟือย เบื่อก็เปลี่ยนใหม่ ไปเรื่อยๆ

ทั้งที่ก่อนที่จะเข้ามาทำงานในเมืองหลวง ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้อง ทำงานหาเงิน ส่งเงินให้แม่ ตอบแทนพระคุณแม่ ที่พูดถึงแต่แม่คนเดียวเพราะว่า พ่อเสียไปแล้ว แต่วันนึงก็ต้องเจอกับตัวเอง เพราะเงินที่เคยมีเริ่มหมดลงเรื่อยๆ

ไม่มีเงิน ก็เหมือนหมา คำนี้ พี่หัวหน้างานที่สอน และด่าผมได้อยู่ทุกวัน ชีวิตจริง ของคน เป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่มีเงิน คนก็ไม่นับหน้าถือตา ไม่ให้ความสำคัญ เพื่อนฝูงก็ไม่มี แต่พอมีเงินหน่อย ไม่รู้เพื่อนฝูง มาจากไหน มาที มากกว่าฝูงหมาซะอีก แต่พอไม่มีเงิน แม้แต่หมายังไม่มองเลย และโลกมนุษย์ ก็เป็นเช่นนี้แล เหมือนบทกลอนสอนใจเหล่านี้

เมื่อมั่งมี มากมาย มิตรหมายมอง
เมื่อหม่นหมอง มิตรมอง เหมือนหมูหมา
เมื่อไม่มี มวลมิตร ไม่มองมา
เมื่อมอดม้วย หมูหมา ไม่มามอง…

ยามบุญมา กาไก่ กลายเป็นหงส์
ยามบุญลง หงส์เป็นกา น่าฉงน
ยามบุญสูง หมูหมา ว่าเป็นคน
ยามบุญหล่น คนเป็นหมา น่าอัศจรรย์…

ยามบุญมี ผีผอมตอมกันแดก
ยามโลงแตก ผีอ้วน ชวนกันหนี
มึงมีมั่ง กูมีมั่ง ก็ยังดี
ยามมึงมี มึงแอบแดก กูแปลกใจ…

ยามมีดี ผีหมา งูกาไก่
โถมเข้าใส่ ลูบตีน แล้วปีนหัว
ขึ้นเหยียบบ่า แหงนมองฟ้า กันทุกตัว
พอขึ้นหัว เหยียบบ่า ข้าเก่งเอง…

แต่แรกเชื่อ ว่าเนื้อทับทิมแท้
มาแปรเป็น พลอยหุง ไปเสียได้
กาลวงว่าหงส์ ก็ปลงใจ
ด้วยมิได้ ดูหงอน แต่ก่อนมา…

…….ยามมั่งมี อยู่ที่ไหน ใครก็รัก
ยามเสียหลัก ไปทางไหน ใครก็หนี
ยางเฟื่องฟู ใครเอ่ยปาก ให้ทุกที
ยามไม่มี เอ่ยปากใคร ได้แค่ลม

…….อีกทั้งยัง ฟังแต่ถ้อย คำดูถูก
พูดสนุก คำนินทา ว่าทับถม
ไม่เหมือนตอน ยามเรามี พากันชม
บางคนสม น้ำหน้าเอา เศร้ากันไป

…….มีเงินทอง เขาก็เรียก เป็นน้องพี่
หมดเงินสิ คำพี่น้อง สูญสลาย
บทกลอนนี้ สอนให้เรา จำใส่ใจ
จงออมไว้ อย่าใช้จ่าย ให้ฟุ่มเฟือย

…….จงคบหา เพื่อนดีดี ที่หน้าคบ
ที่ประจบ จงอย่าคบ ไปเรื่อยเปื่อย
ที่สำคัญ อย่าใช้เงิน แบบฟุ่มเฟือย
แล้วจะเหนื่อย ในภายหน้า ว่ากันเอย ฯ
บุรุษพเนจร


ก่อนที่จะถึงวันที่ไม่มีเงิน เชื่อว่า ทุกคนพอมีเงินอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย พอเลี้ยงตัวเองและคนในครอบครัวได้ ก่อนจะถึงวันนั้น วันที่ไม่มีเงิน เรารู้จักคุณค่าของเงินกันหรือเปล่า เรามีการเก็บส่วนที่เราต้องเก็บไว้บ้างหรือเปล่า เราคิดไว้บ้างหรือเปล่า ถ้าวันหนึ่งข้างหน้า เราไม่มีเงิน จะทำอย่างไร เชื่อว่าหลายคนไม่คิดหรอก พอมีเงินหน่อย มันจะหลงลืมตัวเองไปชั่วขณะ

มีเพื่อนคนนึง แวะเวียนมาหาผมอยู่บ่อยๆ เขาแนะนำผมว่า มีครอบครัว มีรายได้จากการทำงาน ควรจะแบ่งเงินเป็นใส่กระเป๋า 3 ใบ กระเป๋า 2 ใบ ให้คนในครอบครัว รู้ได้ แต่อีก 1 กระเป๋า ไม่ควรให้ใครรู้ นั่นเป็นเพราะเพื่อนรุ่นพี่คนนี้ มีประสบการณ์ที่เลวร้ายในครอบครัว สิ้นเนื้อประดาตัว เพราะมีกระเป๋าใส่เงินแค่ 2 ใบ  ก็น่าสงสารและเห็นใจเพื่อนรุ่นพี่คนนี้อยู่ แต่ผมไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้มากกนัก

พึงระวังไว้ให้ดี! มีเงิน ต้องรู้จักเก็บบางส่วนไว้ เพราะว่า วันพรุ่งนี้ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตที่ไม่แน่นอน!

“เงิน ไม่ใช่สิ่งสำคัญในชีวิต และเงิน ก็ไม่สามารถซื้อทุกอย่างบนโลกได้” มักจะได้ยินประโยคพวกนี้อยู่บ่อยๆ ในละครหรือนิทานสอนใจ หรือแม้แต่คำพูดที่คนมักจะพูด เพื่อให้ตนเองดูหล่อดูสวย และดูเป็นคนดี ไม่เห็นแก่เงิน

แต่ถามว่า ถ้าเราหันกลับมามองโลกปัจจุบัน หรือความเป็นจริงที่เรากำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ หากต้องคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน คุณว่ามีสิ่งไหนที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อบ้าง? แน่นอน คนส่วนใหญ่มักจะบอกว่า ความสุขไง ความรักไง ที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินซื้อ ทั้งที่จริงๆแล้ว การที่เรายังมีชีวิตอยู่ และสามารถดำเนินมาได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะเงินทั้งนั้น

สังคมในปัจจุบันที่ “ความอดทนของคน” หมดไวพอๆกับเน็ต 4จี และการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ เงิน ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งยวด และหากยิ่งไม่มีเงิน ความอยากมีก็ยิ่งเพิ่มทวีคูณ ข้าว และอาหารที่ต้องตกถึงท้องทุกมื้อ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ ค่าของขวัญที่ต้องซื้อให้เพื่อนให้ครอบครัวให้ญาติ ค่าเสื้อผ้า ค่ารถ ค่าอุปกรณ์การเรียนการทำงาน บางคนอาจจะมีค่าเช่าหอ ค่าเช่าบ้าน หรืออาจจะผ่อนอะไรก็แล้วแต่ที่ล้วนต้องใช้เงิน

ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา มันส่งผลให้เรามีความสุขได้ เช่น เรามีข้าวกินทุกมื้อ และทุกมื้อ เป็นมื้อที่อร่อย ถามว่าถ้าเราไม่มีเงิน เราจะมีข้าวกินเหรอ แล้วเราจะมีความสุขมั้ย?

เรามีเสื้อผ้าที่ดูดี หรูหรา ใส่แล้วคนรอบข้างนับหน้าถือตา ซึ่งพลอยให้เรามีความสุขไปด้วย ถามว่าถ้าเราไม่มีเงิน เราจะมีเสื้อผ้าใส่เหรอ แล้วเราจะมีความสุขมั้ย?

เรามีบ้านที่อาจจะไม่ได้ใหญ่โตมาก แต่มีทุกสิ่งครบครัน อยู่แล้วสบายใจ แต่ถามว่า ถ้าเราไม่มีเงิน เราจะมีบ้านให้อยู่เหรอ แล้วเราจะสบายใจมั้ย?

เราได้ติดต่อกับครอบครัว กับเพื่อน กับแฟน กับคนรอบข้าง โพสต์นู่นนี่นั่นในอินเทอร์เน็ต รู้สึกมีความสุขและรู้สึกสะดวกสบาย แต่ถ้าไม่มีเงิน… ก็อีกนั่นแหละ เราจะมีความสุขได้มั้ย?

และที่แย่ยิ่งกว่า บางคนมีอำนาจที่ใหญ่โต ได้ทำงานที่มีคนเคารพและมีบริวารมากมาย เป็นเพราะใช้เงินซื้อตำแหน่ง ซื้อเสียง รู้สึกมีความสุขที่ได้ใช้เงินเยอะ และได้เป็นคนที่กุมอำนาจในทุกๆสิ่งไว้ และกับบางคน ก็สามารถแต่งงานกับอีกคนได้ โดยไม่ต้องใช้ความรัก แค่เงินก็สามารถทำได้

หากเป็นเมื่อก่อน คงเชื่อว่าประโยคที่ว่า “เงิน ไม่สามารถซื้อได้ทุกสิ่ง” เป็นเรื่องจริง  เพราะคนสมัยก่อน ไม่ได้ต้องใช้ชีวิตที่เร่งรีบ หรือมีความต้องการอะไรมากมายเท่าคนในสมัยนี้  ปัจจุบัน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนใช้เงินทั้งสิ้น ซึ่งเงินนี่แหละ เป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง ความสุข ความรัก ที่คุณๆทั้งหลายต่างเคยบอกว่าเงินน่ะซื้อไม่ได้

แอบเชื่อว่าสำหรับบางคนก็อาจจะมีอยู่บ้างแหละ ที่เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับเขา แต่อย่างน้อยก็ต้องมีเงินติดตัวบ้าง เพื่อใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างปกติสุข ตามวิถีของมนุษย์ทั่วไป  แต่ก็แค่ส่วนน้อยเท่านั้นจริงๆ เพราะ…อำนาจของเงินและความต้องการของมนุษย์  ยังคงยิ่งใหญ่กว่าความสุขที่แท้จริงเสมอ

ที่มา storylog

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here