“สองมาตรฐาน”

(ยาวและเป็นเพียงความคิดส่วนตัว แต่อยากให้อ่าน)

ความจริง สิ่งที่สองมาตรฐานที่สุดในบ้านเมืองนี้
เริ่มต้นตั้งแต่ตอนคุณยังไม่เกิดด้วยซ้ำ

ถ้าคุณคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด
ทุกอย่างจะง่าย ได้มาตรฐานเฟิร์สคลาส

แต่ถ้าไม่ …หรืออะไรที่น้อยกว่านั้น

ยินดีต้อนรับสู่มาตรฐานที่ 2 ครับ!!!

.

เพราะความลำบากและไม่ได้มาตรฐาน
มันเริ่มตั้งแต่คุณยังไม่เกิด

ตั้งแต่หาที่ฝากท้อง
หาเตียงทำคลอดให้แม่ของคุณแล้ว

.

จากนั้นก็เป็น…”การศึกษา”
เครื่องมือสำคัญที่หลายประเทศ
มุ่งมั่นใช้ลดความเหลื่อมล้ำ
สร้างโอกาสและความเท่าเทียมในระยะยาว

แต่สำหรับประเทศไทย

มันเหมือนยิ่งขีดเส้นแบ่งแยกให้ชัดเจนขึ้น

ทั้ง… “มาตรฐานการศึกษา”…ที่ต่างกัน
ถึง…”เพื่อนฝูงและสังคม”….ของคุณ
ที่จะกลายเป็นเครือข่าย คอนเนคชั่น เมื่อคุณโตขึ้น

ผ่านทาง
โรงเรียนหญิงล้วน ชายล้วนดังๆ
เครือสาธิต เครือบดินทร เตรียมต่างๆ
และกระจุกอื่นๆ ในหัวเมืองใหญ่ๆ
( ซึ่งสมัยนี้เริ่มเป็นโรงเรียนนานาชาติ )

ข้ามช่วงมหาลัย และ เรียนต่างประเทศไป
เพราะมันก็ฟังชั่นคล้ายๆกับ ประถม และ มัธยม
โดดเข้าสู่การทำงานเลย เพื่อไม่ให้มันยาวไป

.

สองมาตราฐานเริ่มอีกครั้ง เมื่อคุณเริ่มงาน

ผมสังเกตว่า

ถ้าคุณอยากจะอยู่ในองค์กรที่เชื่อกันว่า มั่นคง
และมีผลต่อการกำหนดทิศทางประเทศอย่าง

“รัฐบาล – รัฐวิสาหกิจ”

ครอบครัวต้องสามารถสนับสนุนคุณต่อได้
เพราะเงินเดือนมันจะน้อยมากๆ
จนไม่สามารถ ใช้ชีวิตได้จริง

ทำเพื่อประเทศต้องเสียสละ
อาจดูเหมือนตลก แต่ลึกๆ มันโหดร้าย

.
ความจริง
ผมมองว่าเป็นทั้งการตัดโอกาสคนบางส่วน
สร้างความลักหลั่น
ที่นำไปสู่คอรัปชั่นและระบบอุปถัมภ์

เช่น
เมื่อเงินเดือนคนคุมกฎน้อยเกินไป
รวมกับกฏหมายที่แปลกๆ
สำหรับเมืองท่องเที่ยว
จึงไม่แปลกต้องรับส่วย!!

ตัวอย่างคือ
กฎหมาย ปิดตีสอง ห้ามมีบ่อน และ ห้ามค้าประเวณี

สุดท้ายก็มี ก็เกินทุกอย่าง โดยจ่ายใต้โต๊ะเอา
พอมีคนเสนอปรับกฎหมาย
ก็อ้างความดี อ้างนี่เมืองพุทธ

จริงๆผลประโยชน์มันหอมหวาน
มันมหาศาลหรือเปล่า…?!?

.

ผมจำได้ว่าสมัยที่อยู่ออสเตรเลีย
วันธรรมดาผับบาร์จะปิดประมาณตี 1-2
คนกลับเองเพราะต้องรับผิดชอบ ต้องไปทำงาน

แต่ศุกร์เสาร์ก็ซัดกันถึงเช้า
มีทั้งผับบาร์ ซ่อง และคาสิโน 24hr.

.

และผมเข้าใจว่า ภาษี เกือบทั้งหมด น่าจะเข้ารัฐ
เพื่อเอามาพัฒนาประเทศ ช่วยเหลือประชาชน
ไม่ใช่ออกนอกระบบ แบบนี้

ซึ่งจะไม่รับก็…ทำให้ ทั้งอยู่ยาก ทั้งไม่พอกิน
เพราะเงินเดือนที่น้อยเกิน

แต่ที่สำคัญไม่น้อยกว่ากัน

มันทำให้คนที่ยังสามารถอยู่ในระบบนี้ต่อ
มักเป็นคนที่ไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลเมืองชั้นเฟิร์สคลาส

เหมือนสกรีนกลายๆ
ว่าคนที่จะเติบโตไปมีส่วน
กำหนดทิศทางของประเทศนั้น
มีโอกาสที่จะเป็นคนชั้นสองน้อยมาก

แล้วเขาจะเข้าใจ
ความทุกข์ ความลำบาก
ของคนอีกมาตรฐาน ขนาดไหน

และเมื่อประชากรชั้นหนึ่ง
สามารถอยู่ในองค์กรที่มั่นคง

สิ่งที่ตามมาก็คือ
พวกเขาจะได้รับ “สิทธิการรักษาพยาบาล”
ซึ่งเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ในประเทศ
ไม่เคยได้รับมาก่อน ก่อนที่จะมี 30 บาท

พวกเขาจึงไม่ต้องเสียเงิน
ที่เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิต
ไปกับการรักษาพยาบาล
เพื่อต่อชีวิตของเขา

เหมือนคนที่อยู่ในอีกมาตรฐานต้องทำ
จนสิ่งที่พยายามสะสมมาทั้งหมด
เพื่อยกระดับชีวิตของตัวเอง หายไปอีกครั้ง

แม้แต่ในวาระสุดท้ายของชีวิต
ความสองมาตราฐานยังทำงานอย่างต่อเนื่อง

.

ภาพที่คุ้นเคยกันดี คือ คนกลุ่มหนึ่งจากไป
โดยทิ้งทรัพย์สมบัติมากมาย
ไว้ให้ลูกหลานได้ใช้ดำรงค์สถาณะความเป็นอยู่
หรือแม้แต่นำไปต่อยอด

แต่คนอีกกลุ่มจากไปโดยทิ้งหนี้มากมาย
ที่ลูกหลานต้องไปกู้ยืมมาเพื่อใช้รักษา

ทำให้แม้แต่เมื่อตายไปแล้ว
ความสองมาตราฐาน ยังไม่ตายไปกับคุณ ด้วยซ้ำ

ใช่ครับ ผมพูดด้านเดียว
แต่เพราะอยากให้เห็นภาพชัด

มีคนจำนวนหนึ่งเช่นกัน
ที่สามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาได้
ซึ่งผมชื่นชมพวกเขาเป็นอย่างมาก

แต่สิ่งที่ผมไม่ค่อยชื่นชมเท่าไหร่
คือระบบและโครงสร้างต่างๆ ของเรา

ที่เอื้อให้คนชั้นหนึ่ง
สามารถดำรงค์สถานะของเขาไว้ได้
อย่างไม่ยากเท่าไหร่

แต่กลับลำบากเหลือเกิน
สำหรับอีกกลุ่มหนึ่ง ที่จะยกระดับชีวิตของตัวเอง
ผ่านทางวงจรอุปสรรค์ “โง่ จน เจ็บ”
ที่มีมาอย่างชัดเจน ตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อผม

.

และจากเด็กมาตรฐานที่ 2 อย่างผม
ที่โชคดีพอ ได้รับโอกาสให้ไปสัมผัส
มาตรฐานชั้นหนึ่งจากช่องทางการศึกษา

ทำให้ผมได้เห็นความแตกต่าง
เพื่อนผมที่พลาดแล้ว พลาดอีก ประมาทมาก่อน
แต่ก็สามารถกลับมาใหม่ เป็นคนดี มีความสามารถ
เพราะโอกาสที่มากพอ

หรือครอบครัวเขามีทรัพยากรมาก
ที่จะสร้างโอกาสขึ้นมาใหม่

แต่..ญาติผมที่ต่างจังหวัดกลับไม่เคยได้รับโอกาสนั้น

อย่าเข้าใจผิด..ผมไม่ได้อิจฉา สิ่งที่เพื่อนผมได้รับ

กลับกัน ผมยินดีกับพวกเขา
เพราะพวกเขาก็เป็นคนธรรมดาคนนึง
ที่อาจพลาด อาจทำอะไรโง่ๆ มาบ้างในวัยเด็ก
แต่ลึกๆแล้วทุกคนก็อยากเป็นคนที่ดี มีคุณค่า

แต่ในขณะเดียวกัน
มันก็ทำให้ผมอดตั้งคำถามไม่ได้เช่นกัน
ว่าทำไมทุกอย่างดูใจร้าย กับญาติผมจัง

อาจจะไม่ต้องได้รับโอกาสเท่ากับเพื่อนผม
แต่อย่างน้อยๆ ระบบ โครงสร้าง และอะไรต่างๆ
ไม่ซ้ำเติมกันก็พอแล้ว

หรือที่พยายามบอกกันว่า
โชคดีที่เกิดเป็นคนไทยนั้น

อาจต้องเติมด้วยว่า
คุณบังเอิญเกิดมาในมาตรฐานไหน

เมื่อโครงสร้าง ระบบพื้นฐานต่างๆ
และบริบทของประเทศนี้

ดูเหมือนว่าจะช่วยเหลือคนที่เข้มแข็งอยู่แล้ว
มากกว่าคนอ่อนแอที่ต้องการความช่วยเหลือมากกว่า

เหมือนที่เราเห็น
ที่จอดรถพิเศษ อำนวยความสะดวกให้กับ
ซุปเปอร์คาร์ มากกว่า ผู้พิการ

ซึ่งพอคิดได้ซักพัก
ผมก็ต้องเตือนตัวเองว่า
หมดเวลาแล้ว รีบกลับไปทำงาน
เพื่อรักษาความเป็นอยู่ของตัวเองต่อเถอะ

เพราะไม่รู้ว่ามันจะถูกพรากไปวันไหน

ซึ่งบางทีมันก็ทำให้ผมไม่แปลกใจเลย
ที่ประเทศนี้จะเต็มไปด้วย

คำคม หล่อๆ สวยๆ ให้กำลังใจ
แบบฟุ้งๆ หาสาระไม่ได้เต็มไปหมด

บางที
เพราะความ #สองมาตรฐาน
มันชัดเจน และ กว้างใหญ่ มากไปจริงๆ!!!

 

ขอบคุณบทความดีๆจาก :  Art Kraiwin

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here