เคราตินสังเคราะห์ที่พบในผลิตภัณฑ์เสริมความงามส่วนใหญ่มีส่วนผสมของ “ฟอร์มาลดีไฮด์” หรือที่เราคุ้นเคยกันคือสาร “ฟอร์มาลีน” เนื่องจากมีราคาถูกกว่าเคราตินที่สกัดจากโปรตีนธรรมชาติของพืชและสัตว์

สารฟอร์มาลดีไฮด์ เป็นสารเคมีที่มีกลิ่นฉุน ไม่มีสี แตกลิ่นของมันนั้นอันตรายมหาศาล หากได้รับมากเกินไปจะก่อให้เกิดการสะสมในร่างกาย นำไปสู่การเกิดมะเร็งโพรงจมูก มะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นสาเหตุของโรคหอบหืด ก่อให้เกิดอาการแพ้ คัน ระคายเคืองเฉียบพลันได้ด้วย

ตามรายงานจากองค์การ Occupational Safety and Health Division ประจำรัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา (OSHA) เผยว่า การทำเคราตินทรีทเมนท์ในร้านทำผมด้วยการใช้ผลติภัณฑ์ที่มีสารฟอร์มาลดีไฮด์นั้นเป็นวิธีบำรุงที่ทำแล้ว เห็นผลดีจริง เพราะเป็นการคืนเคราตินให้เส้นผมได้กักเก็บความนุ่มลื่น มีความเงางามเป็นประกายได้นานหลายเดือน ขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดอันตรายต่อสขุภาพ หากมีการสะสมของสารดังกล่าวในร่างกายเกินกว่า 1-7 เปอร์เซ็นต์

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ (U.S FDA) ได้กำหนดปริมาณการปนเปื้อนของสารฟอร์มาลดีไฮด์ว่าไม่ควรเกิน 0.2 เปอร์เซ็นต์ในยาทาเล็บหรือในผลิตภณัฑ์บำรุงเส้นผมก็ตาม แต่เมื่อมีการสุ่มตรวจจากผลิตภัณฑ์ตัวอย่างกว่า 100 ยี่ห้อ ที่เป็นผลติภัณฑ์บำรุงเส้นผม พบว่ามีการปนเปื้อนของสารนี้สูงถึง 12 เปอร์เซ็นต์ ที่น่าตกใจก็คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างที่สุ่มพบนั้น มีคำระบุไว้ว่า “formaldehyde-free” ติดไว้บนผลิตภัณฑ์ด้วย

นอกจากนี้ยังมีรายงานข้อมูลผู้บริโภคประกอบเป็นหลักฐานด้วยว่า ผู้บริโภคที่ได้รับระบบทางเดินหายใจ มีภาวะเลือดกำเดาไหล และกลุ่มอาการดวงตาระคายเคืองจากการให้บริการเคราตินทรีทเม้นท์แก่ลูกค้าภายในร้าน

เพราะฉะนั้นเราควรหลีกเลี่ยงผลติภัณฑ์ที่ไม่ม่ีการระบุถึงการใช้เคราตินอย่างชัดเจน สัดส่วนการใช้หรือสังเกตุได้จากราคาขายหลักร้อย เพราะเคราตินที่สกัดจากโปรตีนธรรมชาติของพืชและสัตว์ราคาสูงถึงกิโลกรัมละหลายพันบาท แน่นอนสินค้าราคาไมกี่ร้อย เป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้ นอกจากใช้เคราตินสังเคราะห์ที่มีสารฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งมีราคาถูกกว่าหลายเท่า

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here